โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อป้องกันและชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี 2567
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น 189 ล้านคน และคาดว่าในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 324 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่
มีพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงและน้ำตาลได้ไม่ดี และส่วนใหญ่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และความเครียดจากการทำงาน
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน นอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ “พันธุกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของพันธุกรรมนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้
มีผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรค และป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเพราะการควบคุมอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงและน้ำตาลในเลือดสูงได้
ในปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 80.25 ซึ่งถือว่ายังควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดและกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 73.52 ซึ่งถือว่ายังควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดเช่นกัน ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงและน้ำตาลให้ครอบคลุมกลุ่มป่วยทุกคน ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประจำปี 2567 ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม และสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย
-
1. เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง0.00
-
2. เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ดี0.00
-
3. เพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม0.00
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน X 75 บาท X 1 มื้อ X 3 รุ่นๆ ละ 1 วัน เป็นเงิน 9,000 บาท
ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน X 35 บาท X 2 มื้อ X 3 รุ่นๆ ละ 1 วัน เป็นเงิน 8,400 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 500 บาท X 5 ชั่วโมง X 3 วัน เป็นเงิน 7,500 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการออกกำลังกาย (ขาวม้า) 120 คน x 120 บาท เป็นเงิน 14,400 บาท
ถึง39300.00 บาท
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลได้ดี มากกว่าร้อยละ 50
- อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยลดลง
