สุขกาย สุขใจ สูงวัยมีสุข
-
นายทวีปจิรรัตนโสภา ประธานกรรมการ
-
นายวิชัยเพิ่มหรรษา รองประธาน
-
นางชุลีศรีพระจันทร์กรรมการ
-
นางพิมพรรณ เต็งมีศรี กรรมการ
-
นางสิริเพ็ญ จันทร์แดง กรรมการ
ปัจจุบันสังคมไทยกําลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสําคัญซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ประชากรโลกคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์และการวางแผนครอบครัวที่ผ่านมา ทำให้อัตราการเกิดและอัตราการตายของประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชากรที่อยู่ในวัยสูงอายุจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานมีแนวโน้มที่ลดลง ทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรไทยนั้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตามการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยจะมีสุขภาพหรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเสมอไป เพราะพบว่าปัญหาภาวะทุพพลภาพและภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน คุณภาพชีวิต ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพอนามัยที่ดี ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ (สุนทรียะแห่งชีวิต) นั้นเป็นเป้าหมายหลักของมนุษย์ในทุกๆ ช่วงวัย โดยแต่ละช่วงชีวิตนั้นก็มีความต้องการ และวิธีการส่งเสริมที่แตกต่างกันออกไป ผู้สูงอายุก็เช่นกัน มีการแบ่งมิติของความสุขในผู้สูงอายุออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ สุขสบาย ซึ่งเน้นเรื่องสุขภาพร่างกาย การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ สุขสนุก เป็นความสามารถของผู้สูงอายุในการเลือกวิถีชีวิตที่รื่นรมย์ด้วยการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จิตใจสดชื่นแจ่มใส สุขสง่า เน้นความเข้าใจในความเป็นไปในชีวิต ความมีคุณค่าในตนเอง มีมุมมองและความรู้สึกต่อตนเองและผู้อื่นอย่างเห็นอกเห็นใจ ไม่ซึมเศร้า ไม่ท้อแท้ สุขสว่าง เป็นความสามารถด้านความจำ ความเข้าใจความคิดแบบนามธรรม การสื่อสาร การใช้เหตุผล และการวางแผนแก้ไขปัญหา สุขสงบ เป็นการรับรู้เข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์และสามารถจัดการกับภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความสามารถในการควบคุมความต้องการจากแรงกระตุ้นได้อย่างเหมาะสม สามารถผ่อนคลายให้เกิดความสุขกับตัวเองได้ สถานการณ์ของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเบตง ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 พบว่า ผู้สูงอายุในพื้นที่ มีคุณภาพชีวิตและภาวะสุขภาพที่แตกต่างกันในแต่ละคน มีทั้งผู้สูงอายุที่ติดเตียง ติดบ้าน และติดสังคม จากการสำรวจพบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเบตงรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,959 คน คิดเป็นร้อยละ 19 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ต้องร่วมมือร่วมใจ ผสานทุนทางสังคม มีนโยบายและกิจกรรมในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุให้ครอบคลุมมากที่สุด มีกิจกรรมทางสังคมที่หลากหลาย เพียงพอ เหมาะสมกับความสนใจและวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เลือกตามความสะดวกและความสนใจของตนเอง โครงการผู้สูงอายุ “สุขกาย สุขใจ สูงวัยมีสุข” นั้น เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อผู้สูงอายุที่จัดเป็นประจำมาอย่างต่อเนื่องในเขตเทศบาลเมืองเบตง จากการดำเนินกิจกรรมในปีที่ผ่านมาพบว่าผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม จากเดิมที่เคยเป็นผู้สูงอายุติดบ้านหรือไม่เคยออกมาสู่สังคม สามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้มากขึ้น ลดการเกิดภาวะพึ่งพิง กระตือรือร้น มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ มีความรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ช่วยชะลอความเสื่อมในการทำหน้าที่ของร่างกาย ออกมาเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีสุขภาวะที่ดีอยู่เสมอ โครงการ “สุขกาย สุขใจ สูงวัยมีสุข” จึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์และจิตใจ ซึ่งเน้นความเข้าใจธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของความสูงวัย การดูแลสุขภาพ การมีกิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีวิถีชีวิตที่สุขกาย สบายใจ เพื่อพัฒนาผู้สูงอายุในเทศบาลเมืองเบตง ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีความสุข มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะผู้สูงอายุนั้นเต็มไปด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในชีวิต ควรค่าแก่การเคารพยกย่อง เป็นแหล่งของภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของลูกหลาน และเป็นพลังเบื้องหลังที่สำคัญของสังคม
-
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ มีทักษะ และปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง0.00
-
2. เพื่อให้ผู้สูงอายุปฏิบัติตนตามหลักการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม0.00
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมเฝ้าระวังภาวะสุขภาพ
เฝ้าระวังภาวะสุขภาพโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท -
2. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ และอบรมให้ความรู้และทักษะในการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพจากการเจ็บป่วย
ค่าวิทยากร
600 บาท x 12 ชั่วโมง เป็นเงิน 7,200 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ
ขนาด 2.00 x 3.00 เมตร เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำโครงการ
กระดาษA4 1 รีม = 180 บาท / สมุดโน้ต 80 เล่ม = 800 บาท เป็นเงิน 1,780 บาท
ปากกาลูกลื่น 80 ด้าม = 800 บาท
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการ
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการ เป็นเงิน 300 บาท
ค่าอาหารกลางวัน
75 บาท x 80 คน x 1 มื้อ x 4 ครั้ง เป็นเงิน 24,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
35 บาท x 80 คน x 2 มื้อ x 4 ครั้ง เป็นเงิน 22,400 บาท
ค่าวัสดุประกอบการจัดกิจกรรมนันทนาการ เป็นเงิน 4,250 บาท
ชุดบิงโก 10 ชุด 1,500 บาท
ชุดโยนโบว์ลิ่ง 5 ชุด 1,250 บาท
ชุดเกมหมากฮอส 5 ชุด 900 บาท
เกม OX ไวท์บอร์ด+ปากกา 600 บาท
ค่าอุปกรณ์ประกอบการอบรม เป็นเงิน 3,200 บาท
ผ้าขาวม้าผืนเล็ก 80 ผืนๆละ 40 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้สูงอายุมีความรู้ เจตคติ ทักษะและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
ผู้สูงอายุปฏิบัติตนตามหลักการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
64630.00 บาท
