โครงการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
-
นางพัชรี นุ้ยผอม
-
นางจิราวดี มุสิก
-
นางสาวจุฑาทิพย์แป้นแก้ว
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน129.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง50.00
หลายคนอาจไม่คาดคิดว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเราอย่างไม่ระมัดระวัง เมื่อสะสมนานวันเข้าส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบไม่รู้ตัวได้ มาทำความรู้จักกันว่าโรคอะไรบ้างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกชื่อภาษาอังกฤษสั้น ๆว่า โรค NCDs เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการ ติดเชื้อโรค และไม่ไดhติดต่อจากคนสู่คน โดยการสัมผัสหรือการหายใจแต่เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมของเรากลุ่มโรค NCDs นี้ ประกอบด้วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็ง เป็นต้น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ โรค NCDs เป็นโรคที่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ด้วยการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน จนเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ ที่จะสามารถจัดการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพได้ด้วยตนเอง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ(health literacy) จัดเป็นความรู้ความสามารถของบุคคลในการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพ เสาะแสวงหา สืบค้นและทำความเข้าใจ แปลความหมายข้อมูลสุขภาพที่ได้รับหรือเข้าถึงได้ จนเกิดแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกและใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อได้นั้น หากประชาชนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการจัดการพฤติกรรมสุขภาพจะส่งผลให้ประชากรกลุ่มมีโรคเรื้อรังตามมา คณะทำงานจึงมีมติร่วมกันว่าควรจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง ปี 2566 เพื่อส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และอารมณ์ ในกลุ่มเสี่ยง ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญ การส่งเสริมสุขภาพสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ในการดูแลสุขภาพ และทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้ประชาชนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโหล๊ะบ้า มีสุขภาพดี ลดอัตราการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง
-
1. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ มีความตระหนักและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 2.เพื่อลดอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสุงรายใหม่ 3.เพื่อสร้างเสริมบุคคลต้นแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน179.0050.00
ร้อยละ 80 กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความตระหนักและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้อย่างถูกต้อง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยง ลดโรค
2.1 ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่สนใจเข้าร่วมโครงการประเมินความรู้ ซักประวัติ ประเมินภาวะสุขภาพรอบเอว น้ำหนักและค่า BMI ก่อนเข้าร่วมโครงการ โดยบันทึกข้อมูลลงในสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำตัวของผู้เข้าร่วมโครงการ
2.2 จัดอบรมให้ความรู้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 2.3 ประเมินติดตามพฤติกรรม ประเมินภาวะสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว หลังเข้าร่วมโครงการ ทุกเดือนติดต่อกัน 3 เดือน 2.4 มีการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเต้นแอโรบิค ร่วมกัน ทุกวันจันทร์-พุธ-ศุกร์เวลา 17.00 น.ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโหล๊ะบ้า
2.5 คัดเลือกบุคคลตัวอย่างที่มีการลดลงของ น้ำหนัก รอบเอว BMI ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนโดยกระบวนการของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
2.6 สรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมข้อเสนอแนะทางแก้ไขปัญหา
งบประมาณ 1. ค่าอาหารสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเงิน 3500 บาท -จำนวน 50 คน / 70 บาท มื้อ จำนวน 1 มื้อ
2. - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเงิน 2500 บาท จํานวน 50 คน / /25 บาท / มื้อ จำนวน 2 มื้อ วันจัดโครงการ -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเงิน 3750 บาท จํานวน 50 คน / 25 บาท / มื้อวันประเมินติดตาม 3 ครั้ง 3 มื้อ
4. ค่าตอบแทนวิทยากรรายบุคคล จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท / คน เป็นเงิน 3,600 บาท 5. ค่าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องชั่งน้ำหนักพร้อมที่วัดส่วนสูง จำนวน1 เครื่อง เป็นเงิน 6650 บาท
รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 กันยายน 25676.ประชากรกลุ่มเสี่ยง สามารถประเมินน้ำหนักดัชนีมวลกาย รอบเอว ได้ด้วยตนเอง และสามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ 7.ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีแนวทางเลือกปฏิบัติในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตตนเอง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ 8.ประชากรเสี่ยง ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ปรับจากกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มปกติ
20000.00 บาท
- ผู้มีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนได้รับการคัดกรอง
- ผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงในชุมชนที่ได้จากการคัดกรองได้รับการนัดหมายเพื่อตรวจซ้ำหรือได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อเนื่อง
- ผู้มีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนมีทักษะในการค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนและสามารถส่งต่อเพื่อคัดกรองได้
- ผู้มีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความตระหนักในความสำคัญของการดูแลสุขภาพตลอดจนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองและมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 5.ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 6.ประชากรกลุ่มเสี่ยง สามารถประเมินน้ำหนักดัชนีมวลกาย รอบเอว ได้ด้วยตนเอง และสามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ 7.ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีแนวทางเลือกปฏิบัติในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตตนเอง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ 8.ประชากรเสี่ยง ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ปรับจากกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มปกติ
