โครงการรณรงค์และป้องกันโรคไอกรน
โรคไอกรนเป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ และเกิดอาการไอ ที่มีลักษณะพิเศษคือ ไอซ้อนๆ ติดๆ กัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้นจนเด็กหายใจไม่ทัน จึงหยุดไอและมีอาการหายใจเข้าลึกๆ เป็นเสียง วู๊ป (Whooping cough) สลับกันไปกับการไอเป็นชุดๆ จึงมีชื่อเรียกว่า “โรคไอกรน” บางครั้งอาการอาจจะเรื้อรังนานเป็นเวลา 2-3 เดือน โรคไอกรนเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม รดกันโดยตรง ผู้สัมผัสโรคที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะติดเชื้อและเกิดโรคเกือบทุกราย โรคนี้พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งมีการติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ (carrier) หรือมีอาการไม่มาก โรคไอกรนเป็นได้กับทารกตั้งแต่เดือนแรก ทั้งนี้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านมายังลูกไม่ได้หรือได้น้อยมาก ในเด็กเล็กอาการจะรุนแรงมากและมีอัตราตายสูง ส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีและเป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนโดยทั่วไปแล้วโรคนี้เป็นได้ทุกอายุ ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่ในวัยหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่อาจไม่มีอาการ หรือไม่มีอาการแบบไอกรนส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไอกรน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้จัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยไอกรนที่มีแนวโน้นเพิ่มขึ้นในจังหวัดยะลา ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๗ ถึงปัจจุบัน มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ป่วยไอกรนมากสุดอำเภอบันนังสตา จำนวน ๔๔ ราย อำเภอเมืองยะลา จำนวน ๒๗ ราย อำเภอธารโต จำนวน ๒๓ ราย อำเภอกาบัง จำนวน ๒๐ ราย อำเภอยะหา จำนวน ๑๒ ราย อำเภอเบตง ๙ ราย ส่วนอำเภอรามันและอำเภอกรงปินัง จำนวนอำเภอละ 5 ราย ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยไอกรนในเด็กอายต่ำกว่า 9 ปี องค์การบริหารส่วนตำบลปุโรง มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด จำนวน 4 ศูนย์ มีนักเรียนทั้งหมด จำนวน 103 คน ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัยเตาะแตะ 29 คน, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปุโรง 35 คน, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโล๊ะปานะ 28 คน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านลูโบ๊ะกาโล 11 คนดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันและระงับการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ตามอำนาจหน้าที่แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 67 (3) ป้องกันและระงับโรคระบาดงานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลปุโรงจึงได้จัดทำโครงการรณรงค์และป้องกันโรคไอกรนขึ้น เพื่อเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไอกรน การปฏิบัติตนในการป้องกันโรค และลดอัตราการเจ็บป่วยโรคติดต่อที่ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในชุมชน
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไอกรน การปฏิบัติตนในการป้องกันโรค0.00
ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไอกรน การปฏิบัติตนในการป้องกันโรค
-
เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยโรคติดต่อ ที่ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในชุมชน0.00
อัตราการเจ็บป่วยโรคติดต่อที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนลดลง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน103
-
กลุ่มวัยทำงาน130
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน30 มกราคม 2567 ถึง 30 มกราคม 25670.00 บาท
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคไอกรน
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1.40 x 3.00 เมตร เป็นเงิน 1,050 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 4 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 130 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 9,100 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 130 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,250 บาท
- ค่าแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ขนาด A4 หน้าหลังจำนวน 200 ฉบับๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
2 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 2 กุมภาพันธ์ 256721800.00 บาท -
กิจกรรมการสร้างภูมิคุ้มกันโรคไอกรนในเด็กด้วยวัคซีน
ดำเนินการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไอกรม โดยทีมสหวิชาชีพสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านโฉลง
5 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 25670.00 บาท -
กิจกรรมประชุมติดตามและประเมินผล29 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 25670.00 บาท
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไอกรน การปฏิบัติตนในการป้องกันโรค
- อัตราการเจ็บป่วยโรคติดต่อที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนลดลง
