โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรคเรื้อรัง
-
นางภัทรพร รัตนซ้อน
-
นางกัลยา สุวรรณรัตน์
-
นางสาวนูรฮูดา สารี
-
นางสาวนูรฮาซีกีน แวตียา
-
นางสาวตูแวนาอีมะห์ สาระ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน1.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง1.00
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)1.00
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน1.00
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน1.00
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลกและของประเทศไทยทั้งในมิติของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม สถานการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายและการจัดการความเครียด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา เช่น ภาวะอ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับไขมันในเลือดสูง และระดับความดันโลหิตสูง นำไปสู่การเกิดโรค หากไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัจจัยเสี่ยงและควบคุมสภาวะโรคอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานความและดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือไม่ก็เกิดความพิการทางด้านร่างกาย เช่น อัมพฤกษ์-อัมพาต บั่นทอนคุณภาพชีวิตทั้งผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน
สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสะสมจำนวน 3.3 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2564 มากถึง 1.5 แสนคน และสถานการณ์โรคความดันในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในปี 2565 จำนวน 6.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 2 แสนคน และสำหรับในพื้นที่ตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี จากการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน 991 คน และโรคความดันโลหิตสูง 867 คน ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ปี 2565 พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานจำนวน 314 คน คิดเป็นร้อยละ 31.69 สงสัยป่วยจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.01 และกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 83 คน คิดเป็นร้อยละ 9.57 สงสัยป่วย จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 3.23 และในปี พ.ศ. 2566 ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน 936 คน และโรคความดันโลหิตสูง 813 คน พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานจำนวน 307 คน คิดเป็นร้อยละ 32.80 สงสัยป่วยจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 1.50 และพบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 20.30 สงสัยป่วยจำนวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 10.58 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2565 พบว่ากลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน1.001.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง1.001.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่1.001.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน1.001.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน1.001.00
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
เพื่อประเมินภาวะสุขภาพ พฤติกรรมเสี่ยงและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง1.0090.00
ร้อยละของประชาชนอายุ35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-
กลุ่มวัยทำงาน752
-
กลุ่มผู้สูงอายุ254
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
