โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง หมู่ที่ 3 ตำบลสมหวัง
-
นางสาวกาญจนา ดำชื่น
-
นายบุญเสริม สงแทน
-
นางสาวศิรินญา นวนไหม
-
นางสุณีย์ ด้วงเอียด
-
นางจริยา เศรษฐสุข
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง ฯลฯ เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรค จอประสาทตาเสื่อมโรคไตวายเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) แผลเรื้อรัง การถูกตัดขา ตัดนิ้ว เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่านอกจากการบริการทางคลินิกแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีความสำคัญและจำเป็นในการแก้ไขปัญหาโรคติดต่อดังกล่าวซึ่งการบริการสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็น รวมทั้งการบริการสุขภาพเพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ความอ้วน ความเครียด การออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ซึ่งหากประชาชนไม่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าว ร่วมกับการมีอายุที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และต้องได้รับการรักษารับประทานยาตลอดชีวิต อีกทั้งหากมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ส่งผลให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหวัง หมู่ที่ 3 ตำบลสมหวัง จึงเล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มวัยทำงานจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริม กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน ตระหนัก รับรู้ถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น เป็นบุคคลที่มีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่ออบรมให้ความรู้ประชากรกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้8080
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้ในการปฏิบัติและป้องกันการเกิดโรคความดัน โลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง9090
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ร้อยละ 90
-
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย9090
ลดภาวะแทรกซ้อนใหม่ในกลุ่มป่วย ร้อยละ 100
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังจำนวน 30 คน
1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2567ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้ในการปฏิบัติและป้องกันการเกิดโรคความดัน สามารถวัดความโลหิตและเจาะน้ำตาลบริเวณปลายนิ้วได้ สามารถแยกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยโรคได้
0 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย
ติดตามกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน ติดต่อกัน 7 วัน ภายใน 120 วัน
- เครื่องวัดความดันโลหิต แบบดิจิตอล จำนวน 5 เครื่องๆ ละ 2,000 บาท เป็นเงิน 10,000.-บาท
1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2567ติดตามกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามโดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านหวัง กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการส่งต่อเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา
10000 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้ในการปฏิบัติและป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนจากโรคดังกล่าว 2. ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตาม และส่งต่อพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน 4. ลดภาวะแทรกซ้อนใหม่ในกลุ่มป่วย
