โครงการใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรคเบาหวานและโรคไต
-
นางสาวดุษณีย์ แก้วพิทักษ์
-
นางสาวนันทน์ฉัตร เปาะทอง
-
นางจิรา อิทธิปัญญากุล
-
นางบุปผา สุขสามเรือน
-
นางทิพรัตน์ เอียดกลาย
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ “กรรมพันธุ์” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกก าลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรครวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้ ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลบางเป้า ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพประชาชนในตำบลบางเป้า จึงได้จัดทำโครงการใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรคเบาหวานและโรคไตขึ้น เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อน ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ. 2 ส. ที่ถูกต้อง และเพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อน0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับความรู้เรื่องภาวะแทรกซ้อน
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.
-
เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน0.00
อัตราการเกิดผู้ป่วยใหม่ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และโรคไต
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไต ด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.
29 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อน
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.
11050.00 บาท -
ติดตามผลระดับน้ำตาลในเลือด
ติดตามผลระดับน้ำตาลในเลือด 2 ครั้ง/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน
29 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567อัตราการเกิดผู้ป่วยใหม่ลดลง
4500.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตได้รับความรู้เรื่องภาวะแทรกซ้อน
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคไตปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.
- อัตราการเกิดผู้ป่วยใหม่ลดลง
