โครงการปรับพฤติกรรมเปลี่ยนนิสัย เพื่อลดวัย
-
นางสาววิไลบุญญานุวัตร
-
นางวีรวรรณ เอียดมิ่ง
-
นางวชิรา ฉางวางปราง
-
นางไมตรี หนูจันทร์
-
นายธีรศักดิ์ ยาชะรัต
จากการเปลี่ยนแปลงตามภาวะกระแสโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมืองเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป เช่น พฤติกรรมการบริโภค มักนิยมบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง โปรตีนสูง กากใยน้อย ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้เป็นภัยเงียบที่รักษาไม่หาย และยังทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว มักเกิดจาก“กรรมพันธุ์และพฤติกรรม” เพื่อการควบคุมโรค ที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นคนปกติโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน นอกจากนี้จากโครงการตรวจสุขภาพประจำปี พ.ศ.256๗ ของครูและบุคลากรในโรงเรียนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ขรี พบว่า ครูและบุคลากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆจำนวนมาก อยู่ในระดับที่ต้องเร่งให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจมีสุขภาพที่อ่อนแอไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน และอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเทศบาลตำบลแม่ขรีได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าวนี้ จึงได้จัดทำโครงการ “ปรับพฤติกรรมเปลี่ยนนิสัย เพื่อลดวัย ลดโรค”เพื่อให้ครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนได้รับความรู้ทักษะในการจัดการตนเองและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การมีสุขภาพที่ดี ลดการเกิดโรคเรื้อรังได้
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครูและบุคลากรสู่การมีสุขภาพที่ดี0.00
ครูและบุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับหลัก 3อ 2ส
-
เพื่อสร้างความตระหนักให้กับครูและบุคลากรในการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกหลัก0.00
ครูและบุคลากรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส
-
เพื่อส่งเสริมให้ครูและบุคลากรมีสุขภาพที่ดี มีความความพร้อมในการปฏิบัติงานให้เกิด ประสิทธิภาพต่อองค์กร0.00
ครูและบุคลากรมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความความพร้อมในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อองค์กร
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ขั้นเตรียม
1.วางแผนโครงการ
2.นำเสนอโครงการเพื่องบประมาณสนับสนุนงบประมาณ
31 มกราคม 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 25670.00 บาท -
2.ขั้นดำเนินการ
- ประชุมคณะกรรมการชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
- แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ
- จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรม
- จัดกิจกรรมดำเนินงานตามโครงการที่กำหนดไว้
4.1 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การมีสุขภาพที่ดีโดยใช้หลัก
3อ 2ส ดังนี้- กินอย่างไรให้ปลอดโรค
- ออกกำลังกายถูกวิธีหุ่นดีลดโรค
- การจัดการอารมณ์หลีกเลี่ยงพิษภัยของสุรา และบุหรี่
- สาธิตการออกกำลังกายที่ถูกต้องและฝึกปฏิบัติ 4.2 กิจกรรมการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิกโดยมีวิทยาการมานำเต้นในเวลา 16.00 น. - 17.00 น. ทุกวันพุธ และวันศุกร์ จำนวน8 ครั้ง และสร้างครูแกนนำในการเต้นแอโรบิก เพื่อจะได้นำทักษะความรู้ที่ได้รับนำมาช่วยในการฝึกซ้อมนักเรียนที่มีความสามารถด้านการเต้นแอโรบิกออกมานำเต้นในตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียน คุณครูออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิกหลักเลิกเรียนทุกวันพุธ และวันศุกร์ 4.3 การติดตามประเมินผลก่อนดำเนินการ และหลังดำเนินการโครงการ
- ประเมินความพึงพอใจของทุกฝ่าย
- ติดตามผลการดำเนินงาน
- สรุปผลการดำเนินงาน ค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารกลางวัน 39 คน มื้อละ 65 บาท X1 มื้อ เป็นเงิน 2,535 บาท
- ค่าอาหารว่าง ๓๙ คน มื้อละ 25 บาท X 2 มื้อเป็นเงิน1,950 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรในการอบรม 1 คน ชั่วโมงละ 600 บาทX6 ชม. เป็นเงิน3,600 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรในการนำเต้นแอรบิก ชั่วโมงละ 600 บาทX8 ชม. เป็นเงิน 4,800บาท
- ค่ากระดาษการ์ดขาว เอ 4รีมละ 120 บาทX 1 รีมเป็นเงิน125บาท
รวมเป็นเงิน13,010 บาท (หนึ่งหมื่นบสามพันสิบบาทถ้วน)
1 มีนาคม 2567 ถึง 1 กันยายน 256713010.00 บาท -
3. ขั้นสรุป
- ประเมินความพึงพอใจของทุกฝ่าย
- ติดตามผลการดำเนินงาน
- สรุปผลการดำเนินงาน
1 กันยายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
1.ครูและบุคลากรมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส 2.ครูและบุคลากรมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความความพร้อมในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อองค์กร 3.ครูและบุคลากรสามารถนำความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพ เผยแพร่ให้แก่นักเรียน ครอบครัวและชุมชนได้
