สร้างสุขภาพเปี่ยมสุข ห่างไกลภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-
นางสาวไซนะเซ็งดี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย21.65
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หรือและเบาหวานได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไต จำนวน 194 ราย พบว่าเป็นโรคไตรายใหม่จำนวน 42 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.65
โรคเรื้อรังหรือโรคไม่ติดต่อเป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มจัด รวมถึงความเครียด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้าย ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ถุงลมโป่งพองและ โรคอ้วนลงพุง ทำให้อายุไขของคนป่วยกลุ่มนี้จะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี โดยจากสถิติพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคกลุ่มดังกล่าวมากกว่าปีละ 3 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยคิดเป็นร้อยละ 73 ของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย โดยทั่วโลกสาเหตุการตายด้วยโรคกลุ่มดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 63 ของสาเหตุการตายของประชากรโลก ปัจจุบันพบว่าอัตราความชุกของ โรคเบาหวานความดันโลหิตสูงเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอรามัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง ที่มารับบริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากการจัดลำดับความชุก 10 อันดับโรคของผู้รับบริการพบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จัดอยู่ในอันดับที่ 1 และ พบจำนวนสูงสุดในกลุ่มผู้ป่วยอายุ 60 ปี ขึ้นไป รองลงมาพบในกลุ่มอายุ 40-60 ปี และพบจำนวนน้อยในช่วงอายุ น้อยกว่า40 ปี ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง พบโรคแทรกซ้อน และยังพบว่ามีผู้ป่วย เบาหวานความดันโลหิตสูงที่ต้องเข้านอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่ไม่ทำให้สูญเสียชีวิตทันที แต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เกิดความสูญเสียทั้งทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านความสามารถหรือมีความพิการหรือเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร ดังนั้นการ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิตมีความสำคัญในการควบคุมความรุนแรงของโรค และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยกิจกรรม 3อ3ส. จึงเป็นวิธีการที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง สามารถดูแลตนเองและควบคุมโรคได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบือมัง มีประชาชนกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด 508 ราย ที่เข้ารับการบริการรักษาต่อเนื่องจำนวน 283 ราย คิดเป็นร้อยละ 55.71 สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดีจำนวน 224 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.09กลุ่มป่วยโรคเบาหวานทั้งหมดจำนวน 224 ราย ได้รับการตรวจภาวะน้ำตาลในเลือด จำนวน 168 ราย คิดเป็นร้อยละ 75 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำจวน 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.91 และยังมีกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หรือและเบาหวานจำนวน 377 ราย ที่ได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางไต จำนวน 194 ราย คิดเป็นร้อยละ 51.46 ซึ่งยังไม่ได้ผลตามเป้าหมายร้อยละ 80 (ข้อมูลจาก HDC ณ วันที่ 19 มีนาคม 2567) หากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ในอนาคต การรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมัง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยได้จัดโครงการสร้างสุขภาพเปี่ยมสุข ห่างไกลภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิสูงและเบาหวาน โดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน80.00
1.กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ร้อยละ 80
2.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้เรื่องโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมค่าน้ำตาลในเลือดและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันได้40.00
1.กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถความคุมระดับน้ำตาลได้ (ค่า DTX แบบงดอาหารน้อยกว่า 126 mg% และแบบไม่งดน้อยกว่า200mg%) ร้อยละ 40
2.กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ ( ค่า BP น้อยกว่า 140/90) ร้อยละ 50 -
เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้รับการส่งต่อและรักษาอย่างต่อเนื่อง90.00
1.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลังจากได้รับการเจาะเลือด ได้รับการส่งต่อและรักษาอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ90
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง200
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกกรมประชุมวางแผนและแต่งตั้งคณะทำงาน
• ประชุมวางแผนและแต่งตั้งคณะทำงานในการจัดเตรียมโครงการ โดยคัดเลือดคณะทำงานจากอสม.ตำบลบือมัง จำนวน 68 คน และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บือมังจำนวน 2 คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 70 คน x 1 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีคณะทำงานและแผนในการจัดเตรียมโครงการสร้างสุขภาพเปี่ยมสุข ห่างไกลภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
2100.00 บาท -
กิจกรรมอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
รายละเอียดกิจกรรม
-ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ
-คัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน โดยให้นั่งพักอย่างน้อย ๑๕ นาที ก่อนเริ่มตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกายแจ้งผลให้ผู้ป่วยทราบทันที
-อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดูแลตัวเองในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวนผู้ป่วย 200 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 100 คน
งบประมาณ
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คน x 1 มื้อๆละ 70 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 14,000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน x 2 มื้อๆละ 30 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 12,000 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 7,200 บาทรวมเป็นเงิน 33,200 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25671.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับความรู้เรื่องโรค การป้องกันและการดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
2.ผู้ป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในเรื่อง ๓ อ. ๒ ส.1ฟ 1 น
33200.00 บาท -
ติดตามตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนของโรคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
รายละเอียดกิจกรรม
-ลงทะเบียนตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน-ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน นั่งพักก่อนอย่างน้อย ๑๕ นาที ก่อนเริ่มตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกายแจ้งผลให้ผู้ป่วยทราบทันที
-เจาะเลือดติดตามผลทางห้องปฏิบัติการประจำปีผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตที่รพ.สต.เพื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลแม่ข่ายจำนวน 100 คน โดยวิธีงดน้ำและอาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง
-ตรวจเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน-กรณีพบผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเช่น ไต เท้า ให้ทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อพบแพทย์และรักษาอย่างต่อเนื่อง
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100 คน x 1 มื้อๆละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไต และเท้า
3000.00 บาท -
ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและคัดเลือกบุคคลต้นแบบ
รายละเอียดกิจกรรม
-ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและคัดเลือกบุคคลต้นแบบพร้อมมอบใบเกียรติบัตร หมู่ละ 1 คน
-คืนข้อมูลให้แก่คณะทำงาน
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 70 คน x 1 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน 2,100 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ตำบลบือมังมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถควบคุมโรคได้ดี หมู่ละ 1 คน
2100.00 บาท
1.มีคณะทำงานและแผนในการจัดเตรียมโครงการสร้างสุขภาพเปี่ยมสุข ห่างไกลภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับความรู้เรื่องโรค การป้องกันและการดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 3.ผู้ป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในเรื่อง ๓ อ. ๒ ส.1ฟ 1 น 4.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไต และเท้า 5.ตำบลบือมังมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถควบคุมโรคได้ดี หมู่ละ 1 คน
