โครงการป้องกันและดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก
ปัจจุบันความรุนแรงของโรคฟันผุของเด็กไทยรุนแรงขึ้น ทุกปีเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องและขาดการดูแลอนามัยในช่องปาก ซึ่งปัญหานี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กในหลาย ๆ ด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ การให้ความรู้ในเรื่องของการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากตลอดจน มีความรู้เรื่องโภชนาการยังเป็นการ ลดและป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่เป็นปัญหาแก่เด็ก เช่น ฝันผุ ระมะนาด โรคเหงือกอักเสบ เป็นต้น ดังนั้นโรงเรียนบ้านจือนือแรโดยคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพโรงเรียน เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพนักเรียน โดยเฉพาะการดูแลรักษาสุขภาพฟันและสุขภาพในช่องปาก เพื่อให้นักเรียนของโรงเรียนรู้จักวิธีการการแปรงฟันที่ถูกวิธี การรักษาแผลในช่องปาก การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพปากและฟันเพื่อสุขภาพที่ดี และนำความรู้ที่ได้ไปขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก รู้จักการดูแลฟ้นและช่องปากอย่างถูกวิธี1.001.00
นักเรียนร้อยละ ๙๕ มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลฟันและสุขภาพในช่องปาก
นักเรียนร้อยละ ๘๕ สามารถดูแลฟันและช่องปากอย่างถูกวิธี
นักเรียนร้อยละ ๘๐ นำความรู้ไปเผยแพร่สู่ครอบครัวและคนอื่นๆได้
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องการป้องกันและดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก
-ค่าสมนาคุณวิทยากร 5 ชั่วโมง X 300 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ มื้อละ 35 บาท x 120 คน เป็นเงิน 8,400 บาท
- ค่าวัสดุ เป็นเงิน 6,360 บาท แยกเป็น
-วัสดุอุปกรณ์สาธิตและฝึกปฎิบัติการแปรงฟัน(แปรงสีฟันและยาสีฟัน) ชุดละ 50 บาทX 120 คน เป็นเงิน 6,000 บาท
-น้ำยาย้อมคราบฟัน ขวดละ 90 บาทX 4 ขวด เป็นเงิน 360 บาท
23 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 กันยายน 256716260.00 บาท -
การสาธิตและฝึกปฎิบัติการแปรงฟัน23 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
-
กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารเที่ยง23 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
1.นักเรียนทุกคนสามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี 2.นักเรียนมีความรู้เรื่องการป้องกันและดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก สามารถดูแลสุขภาพในช่องปากของตนเองได้อย่างถูกวิธี 3.นักเรียนมีสุขภาพฟันและสุขภาพในช่องปากดีขึ้น และเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสม
