โครงการส่งเสริมดูแลสุขอนามัยในช่องปากทุกกลุ่มวัย ตำบลฝาละมี ปี2567
เนื่องจากข้อมูลสถานการณ์สุขภาพช่องปากและฟันของคนไทย พบว่า กลุ่มเด็กปฐมวัยเริ่มมีฟันน้ำนมผุร้อยละ 3 ตั้งแต่อายุ 9 เดือน และเพิ่มเป็นร้อยละ 51.7 เมื่ออายุ 3 ปี และจะเพิ่มสูงมากขึ้น ร้อยละ 97.5 เมื่ออายุ 5 ปี เด็กวัยเรียนที่เริ่มมีฟันแท้ขึ้นในปาก ช่วงอายุ 12 ปี ร้อยละ 52.2 เป็นโรคฟันผุ และร้อยละ 50 พบเหงือกอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคอาหาร เช่น เบเกอรี่ ขนม ลูกอม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และเด็กไม่ได้รับการฝึกทักษะในการดูแลทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดเพียงพอ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน พบปัญหาฟันผุบริเวณซอกฟันและเริ่มเป็นโรคปริทันต์ โดยผู้ที่ฟันผุยังไม่ไปรับการรักษา ร้อยละ 35.2 และพบโรคปริทันต์รุนแรงที่เสี่ยงต่อการสูญเสียฟัน ร้อยละ 15.6 ซึ่งส่วนหนึ่งจะพบภาวะแทรกซ้อนของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าปัญหาหลักคือไม่มีฟันธรรมชาติเหลือพอในการบดเคี้ยวอาหาร มีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ ร้อยละ 83 สูญเสียฟัน ทั้งปาก ร้อยละ 7.2 แต่ด้วยการดำเนินงานโครงการฟันเทียมพระราชทานจึงทำให้ผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใส่ฟันทั้งปากลดลงเหลือร้อยละ 2.5 แต่หากคิดเป็นจำนวนยังคงสูงถึง 250,000คนและยังพบปัญหาฟันผุ รากฟันผุ โรคปริทันต์ มะเร็งช่องปาก ภาวะน้ำลายแห้ง ฟันสึก และสภาวะในช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำเป็นต้องรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพช่องปากใน ทุกกลุ่มวัยอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาละมีจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมดูแลสุขอนามัยในช่องปากทุกกลุ่มวัย ในพื้นที่ตำบลฝาละมีประจำปี 2567 เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับทุกกลุ่มวัย เพื่อให้มีทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องแล้วยังมีความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัย80.00
ร้อยละ80ของทุกกลุ่มวัยที่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก
-
เพื่ออัตรา (ร้อยละ) การใช้บริการสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่50.00
อัตรา (ร้อยละ) การใช้บริการสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้ผูู้สูงอายุได้รับการตรวจช่องปากโดยทันตบุคลากรเพิ่มสูงขึ้น55.00
ผูู้สูงอายุได้รับการตรวจช่องปากโดยทันตบุคลากร เพิ่มมากขึ้น
-
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของเด็ก อายุ 3 - 5 ปี65.00
ร้อยละของเด็กอายุ 3-5 ปี ได้รับบริการเคลือบ/ทาฟลูออไรด์เฉพาะที่
-
เพื่อควบคุมโรคในช่องปากป้องกันฟันกรามถาวรผุและลดการสูญเสียฟันถาวรใน เด็กอายุ 6 -12 ปี30.00
ร้อยละของเด็กอายุ 6-12 ปี ได้รับบริการเคลือบหลุมร่องฟันกรามถาวร
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน120
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน1200
-
กลุ่มผู้สูงอายุ700
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด20
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง350
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมอสม. และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อชี้แจงโครงการจัดตั้งคณะกรรมการในการดำเนินงานตามโครงการ
จัดประชุมอสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อชี้แจงโครงการจัดตั้งคณะกรรมการในการดำเนินงานตามโครงการ
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 พฤษภาคม 2567ผู้เข้าร่วมประชุม มีความรู้ เข้าใจ แนวทางการปฏิบัติงานบริการทันตกรรม
0.00 บาท -
ออกปฏิบัติงานเชิงรุกในชุมชน จำนวน 11 หมู่บ้าน ให้ความรู้ฝึกทักษะ ตรวจสุขภาพช่องปาก
ออกปฏิบัติงานเชิงรุกในชุมชน จำนวน 11 หมู่บ้าน ให้ความรู้ฝึกทักษะ ตรวจสุขภาพช่องปาก แก่กลุ่เป้าหมายต่างๆ
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน1ป้ายเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท
- ค่าชุดตรวจสุขภาพช่องปากพร้อมค่าผ้าห่ออุปกรณ์ชุดตรวจ จำนวน70 ชุดๆ ละ 550 บาท เป็นเงิน จำนวน38,500 บาท1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567การใช้บริการสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่ เพิ่มมากขึ้น
39500.00 บาท -
ให้บริการสุขภาพช่องปาก พร้อมกับ ให้ความรู้ฝึกทักษะ ตรวจสุขภาพช่องปาก แก่ประชาชนที่ทีปัญหาสุขภาพช่องปาก
ให้บริการสุขภาพช่องปาก พร้อมกับ ให้ความรู้ฝึกทักษะ ตรวจสุขภาพช่องปาก แก่ประชาชนที่ทีปัญหาสุขภาพช่องปาก
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ทันตกรรม เช่น exploror mouth miror cotton plier hand scaler no.6/7 spoon excavator amalgam carrier amalgam set เป็นต้น เป็นเงิน 20,000 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ประชาชนทุกกลุ่มวัยที่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก
20000.00 บาท
- เพื่อให้ทุกกลุ่มวัยได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก
- เพื่อให้ทุกกลุ่มวัยได้รับการตรวจช่องปาก
- ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพในช่องปากของทุกกลุ่มวัย
