โครงการหมู่บ้านปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย
-
นางเรียมเข็มครุธ
-
นายศิริพันธ์ เพ็ญนคร
อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ การมีสุขภาพดีของประชาชน ถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีวิตและพัฒนาประเทศ การส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพดี ไม่เกิดการเจ็บป่วย เป็นสิ่งสมควร ให้การสนับสนุน โดยในปีงบประมาณ 2548เป็นต้นมา รัฐบาลมีนโยบายประกาศให้มีการรณรงค์ด้านอาหารปลอดภัย เพราะฉนั้นอาหารที่ประชาชนบริโภคนั้น ต้องปลอดภัยจากการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพหรือก่อให้เกิดการเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ส่งผลในระยะยาว ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนบริโภคอาหารที่ปลอดภัย จึงต้องมีระบบการดูแล ตรวจสอบคุณภาพที่ผลิตขึ้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ ( การเพาะปลูก หรือเพาะเลี้ยง ) การผลิต การแปรรูป การจัดจำหน่ายถึงผู้บริโภค ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้มีส่วนร่วมในการกำกับดูแล เฝ้าระวังอาหารที่ผลิตและบริโภค จากการดำเนินงานเมืองไทยแข็งแรงในปี 2550ในตัวชี้วัดเรื่องอาหาร สถานีอนามัยตำบลบ้านน้อยได้เก็บตัวอย่างอาหารส่งตรวจเพื่อค้นหารสารปนเปื้อนในอาหาร 5 ประเภท คือ ยาฆ่าแมลงสารกันรา สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ และสารฟอร์มาลิน พบยาฆ่าแมลงตกค้างในอาหารแต่ปลอดภัยจำนวน7 ตัวอย่างจากที่ส่งทั้งหมด50ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 14.00 และผลจากการตรวจเลือดเพื่อหาสารเคมีตกค้างจำนวน323คน พบไม่ปลอดภัยจำนวน15คนคิดเป็นร้อยละ4.6 ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตำบลบ้านน้อยได้เห็นความสำคัญของนโยบายอาหารปลอดภัยและเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษตำบลบ้านน้อยและสนับสนุนนโยบายเมืองไทย แข็งแรงจึงได้จัดทำโครงการกินดีปลอดภัยร่างกายปลอดสารพิษขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการกำกับดูแลเฝ้าระวังอาหารที่ผลิตและบริโภคให้มีความปลอดภัยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความตั้งใจผลิตอาหารที่ดี มีคุณภาพ และผู้บริโภคได้บริโภคอาหารและเลือกซื้ออาหารที่มีความปลอดภัยต่อตนเองและครอบครัว มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปแบบของชมรมและยั่งยืน ประชาชนได้รับประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ส่วนรวม ไม่เจ็บป่วยจากการมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกระแสเลือดและเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาทิเช่น ดิน แม่น้ำ ของตำบลบ้านน้อยและหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งเป็นผลดีต่อประเทศชาติต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านชำ ร้านแผงลอย ร้านอาหารและประชาชนทั่วไปมีความรู้เรื่องการ เลือกซื้อและการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ0.00
-
เพื่อให้ร้านชำ ร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหารมีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด0.00
-
เพื่อส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ0.00
-
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน160
-
ผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้านผ่านเวทีประชุมหมู่บ้านโดยมีกิจกรรมดังนี้
- ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้บริโภคทั่วไป และสาธิตการใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- เจาะโลหิตตรวจหาสารพิษตกค้างในกระแสเลือด พร้อมทั้งแจ้งผลให้ทราบ
- สาธิตการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารจากร้านค้าและทดสอบสารไอโอดีนในเกลือ
- ประชาสัมพันธ์การต่อต้านการใช้สารเคมีและติดป้ายประชาสัมพันธ์การต่อต้านสารพิษและการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับประชาชนในหมู่บ้านรับทราบผ่านเวทีการประชุมหมู่บ้าน
- ประสานงานกับโรงพยาบาลโพทะเลในการออกสุ่มประเมินการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและให้ความรู้เรื่องการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
13 ธันวาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 25670.00 บาท -
ดำเนินกิจกรรมงานคุ้มครองผู้บริโภคดังนี้
- ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อวางแผนการดำเนินงานการออกตรวจร้านแผงลอยและร้านชำในตำบล
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามแผน
- ออกตรวจและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านชำประจำปีและให้คำแนะนำ จำนวน2ครั้ง
- ออกตรวจการปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียขั้นต้น และให้คำแนะนำร้านอาหารและแผงลอยจำนวน2ครั้ง
- เก็บตัวอย่าง ส่งตรวจยาฆ่าแมลงตกค้างในผักและสารบอแรกซ์ สารฟอกขาว สารกันราฟอร์มาลินในตำบล
- แจ้งผลการตรวจให้ร้านชำและแผงลอยจำหน่ายอาหารให้ผู้ประกอบการทราบและมอบป้ายCleanfoodgoodtasteให้กับร้านแผงลอยจำหน่ายอาหารที่ผ่านเกณฑ์
- ประชาสัมพันธ์การเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้องแก่ประชาชนทางหอกระจายข่าวและสื่ออื่นๆ
13 ธันวาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 256723050.00 บาท - ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อวางแผนการดำเนินงานการออกตรวจร้านแผงลอยและร้านชำในตำบล
-
ส่งเสริมการขยายเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ13 ธันวาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 25670.00 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (1 มื้อ)สำหรับประชาชนที่รับการตรวจสารพิษจำนวน160คนคนละ 25บาท เป็นเงิน 4,000.-บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (2 มื้อ) อาหารกลางวัน (1 มื้อ) ในการอบรมผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหารจำนวน 50 คนเป็นเงิน 5,000.- บาท 3.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน3,600.- บาท
- ค่าวัสดุชันสูตร เป็นเงิน8,000.-บาท 3.ค่าอาหารสำหรับคณะกรรมการในการออกตรวจคนละ 100 บาท102 ครั้ง เป็นเงิน 2,000 บาท 4.ค่าป้ายไวนิลโครงการ เป็นเงิน450.- บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 23,050.-บาท หมายเหตุ:ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ประชาชนมีความรู้เรื่องการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
- มีกลุ่มผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ
- มีการเฝ้าระวังงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร และแพ้สารเคมีทางการเกษตร
