โครงการคัดกรองสารพิษ ชีวิตปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย
-
นางเรียมเข็มครุธ
-
นายศิริพันธ์ เพ็ญนคร
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ตำบลบ้านน้อยเป็นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ และจากการตรวจเลือดเกษตรกร ปี 2564 มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน234 คนพบว่ามีผลการตรวจ ไม่ปลอดภัยและเสี่ยง จำนวน 132 คนคิดเป็นร้อยละ 50 จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลบ้านน้อย ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลบ้านน้อย จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลบ้านน้อย จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองสารพิษชีวิตปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัยขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและผู้บริโภคในตำบลบ้านน้อย ได้รับความรู้และรับทราบสถานสุขภาพของตนเองโดยการเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านชำ ร้านแผงลอย ร้านอาหารและประชาชนทั่วไปมีความรู้เรื่องการ เลือกซื้อและการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ0.00
-
เพื่อให้ร้านชำ ร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหารมีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด0.00
-
เพื่อส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ0.00
-
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน240
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประสานงานกับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านน้อย /อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้นำชุมชน1 กันยายน 2565 ถึง 10 กันยายน 25650.00 บาท
-
จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ11 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 25650.00 บาท
-
ประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้านผ่านเวทีประชุมหมู่บ้านโดยมีกิจกรรม
ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้บริโภคทั่วไป และสาธิตการใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
เจาะโลหิตตรวจหาสารพิษตกค้างในกระแสเลือด พร้อมทั้งแจ้งผลใ
สาธิตการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารจากร้านค้าและทดสอบสารไอโอดีนในเกลือ
ประชาสัมพันธ์การต่อต้านการใช้สารเคมีและติดป้ายประชาสัมพันธ์การต่อต้านสารพิษและการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับประชาชนในหมู่บ้านรับทราบผ่านเวทีการประชุมหมู่บ้าน
ประสานงานกับโรงพยาบาลโพทะเลในการออกสุ่มประเมินการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและให้ความรู้เรื่องการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 256611610.00 บาท -
ดำเนินกิจกรรมงานคุ้มครองผู้บริโภค
ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อวางแผนการดำเนินงานการออกตรวจร้านแผงลอยและร้านชำในตำบล
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามแผน
ออกตรวจและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านชำประจำปีและให้คำแนะนำ จำนวน 2 ครั้ง
ออกตรวจการปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียขั้นต้น และให้คำแนะนำร้านอาหารและแผงลอยจำนวน 2 ครั้ง
เก็บตัวอย่าง ส่งตรวจยาฆ่าแมลงตกค้างในผักและสารบอแรกซ์ สารฟอกขาว สารกันราฟอร์มาลินในตำบล
แจ้งผลการตรวจให้ร้านชำและแผงลอยจำหน่ายอาหารให้ผู้ประกอบการทราบและมอบป้ายCleanfood goodtaste ให้กับร้านแผงลอยจำหน่ายอาหารที่ผ่านเกณฑ์
ประชาสัมพันธ์การเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้องแก่ประชาชนทางหอกระจายข่าวและสื่ออื่นๆ
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 25663050.00 บาท -
ส่งเสริมการขยายเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 25660.00 บาท
-
สรุปรวบรวมรายงาน และประเมินผลโครงการ1 สิงหาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 2566500.00 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (1 มื้อ)สำหรับประชาชนที่รับการตรวจสารพิษจำนวน240คนคนละ 25บาท เป็นเงิน 6,000.-บาท
- ค่าวัสดุชันสูตร เป็นเงิน5,610.- บาท
-แผ่นตรวจโคลีนเอสเทอเรส จำนวน 3 กล่องๆละ 675.- เป็นเงิน2,025.-บาท
-ถุงมือ Disposable จำนวน 2 กล่องๆละ 250.-เป็นเงิน500.-บาท
- ถาดดินน้ำมัน24ช่อง จำนวน2 ถาดๆละ150.-เป็นเงิน 300.-บาท
- หลอดเลือด 100 อัน/กล่อง จำนวน3 กล่องๆละ 150.-เป็นเงิน450.-บาท
- แอลกอฮอล์ 70 % ขนาด 450 mlจำนวน 2 ขวดๆละ 75.- เป็นเงิน150.-บาท
- สำลีปั้นก้อน จำนวน1ถุงๆละ 185.-เป็นเงิน185.-บาท -ชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร จำนวน100 ขวดๆละ 20 เป็นเงิน 2,000.-บาท 3.ค่าอาหารสำหรับคณะกรรมการในการออกตรวจคนละ 100 บาท102 ครั้ง เป็นเงิน 2,000 บาท 4.ค่าวัสดุสำนักงาน เป็นเงิน1,550.- บาท
- แบบแจ้งผลการตรวจ จำนวน300แผ่นๆละ 3.50เป็นเงิน1,050.-บาท - ค่าถ่ายเอกสารและจัดทำรูปเล่มสรุปโครงการเป็นเงิน500.- บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,160.-บาท หมายเหตุ: ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ประชาชนมีความรู้เรื่องการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
- มีกลุ่มผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ
- มีการเฝ้าระวังงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร และแพ้สารเคมีทางการเกษตร
