โครงการเกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ กายจิตผ่องใส หมู่ที่ 1 – 4 และหมู่ที่ 8 ตำบลดุซงญอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
ประชากรไทยส่วนมากมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการ ปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษแบบเฉียบพลันและเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูทป้องกัน ขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลม ทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันทีเป็นต้น
การใช้สารเคมีในเกษตรกร เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเกษตรที่พึ่งพาตนเองและธรรมชาติการผลิตเพื่อบริโภค เป็นการผลิตการเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการค้า การผลิตที่เน้นปริมาณ โดยมิได้คำนึงถึงคุณภาพและความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีชนิดต่างๆ ซึ่งสารเคมีนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากระดับเล็กน้อยจนถึงระดับรุนแรง ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารเคมี โดยสามารถรับเข้าสู่ร่างกายได้ทางสัมผัสทางผิวหนัง การสูดดม การบริโภคอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมี และการรั่วซึมของสารเคมี ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่ามัว และเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน อัมพฤตอัมพาต โรคผิวหนัง เป็นต้น
ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข จัดทำโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ กายจิตผ่องใส ตำบลดุซงญอขึ้น เพื่อให้กลุ่มเกษตรมีความรู้ เกิดความตระหนัก และการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติ เช่น การใช้สมุนไพรในการถอนพิษสารเคมี เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดี พึ่งพาตนเองได้ และเพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษ คุ้มครองผู้บริโภคต่อไป
-
เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพเกษตรกร และตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดที่มีผลต่อสุขภาพ0.00
ประชากร อายุ ๑๕ ปี ขึ้นไปที่มีความเสี่ยง ได้รับการตรวจคัดกรองเพื่อหาความเสี่ยงจากสารกำจัดศัตรูพืช
ร้อยละ ๑๐๐ -
เพื่อให้เกษตรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชมีความรู้และความตระหนักในการหลีเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจักศัตรูพืช0.00
ร้อยละ 80 เกษตกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชมีความรู้และความตระหนักในการหลีเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่เกษตรผู้มีความเสี่ยง เรื่อง การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการอบรมให้ความรู้เรื่องเกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
ค่าวิทยากรอบรมให้ความรู้ จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 2 ชุด ๆ ละ 2,000 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าจัดจ้างทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1*2 เมตร ๆ ละ 350 บาท เป็นเงิน 700 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ประชากร อายุ ๑๕ ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองเพื่อหาความเสี่ยงจากสารกำจัดศัตรูพืช
7750.00 บาท
- เกษตรกรมีความรู้ และตระหนักในการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2.ทำให้ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง 3.เกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
