โครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปีงบประมาณ 2567
-
ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี มีภาวะซีด25.00
-
ร้อยละของเด็กอายุ 6-12 ปี ได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก60.00
สถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สำคัญ จากการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทยเด็กอายุ 6 เดือน - 12 ปี ระหว่าง 1 ตุลาคม - 30 กันยายน 2565 พบว่าเด็กไทยกลุ่มปฐมวัยมีภาวะโลหิตจางสูง ร้อยละ 34.4
เด็กไทยกลุ่มปฐมวัยมีความชุกโลหิตจางสูงในเขตชนบทถึงร้อยละ 41.7 และเขตเมืองมีความชุกร้อยละ 26โลหิตจางในเด็กมีสาเหตุหลักมาจาก 1) การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่พียงพอในขณะที่ร่างกายเด็กกำลังเจริญเติบโตจึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้นและ 2) สาเหตุจากการเสียเลือด อาจเกิดเฉียบพลัน เช่น เลือดออกจากแผลอุบัติเหตุต่างๆ หรือจากเลือดออกเรื้อรัง เช่น พยาธิปากขอ มีแผลในกระเพาะอาหาร และการเสียเลือดจากประจำเดือนในเด็กหญิงวัยเจริญพันธุ์ เป็นต้น ทั้งนี้ การขาด/พร่องธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ก่อ ให้เกิดโลหิตจางในเด็ก และเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของภาวะขาดสารอาหาร ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และมีส่วนสำคัญในการป้องกันเชื้อโรคดังนั้นการขาดธาตุเหล็กจึงส่งผลเสียต่อการทำงานด้านกายภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเจ็บป่วย และพัฒนาการของสมองของเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอีกทั้งส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ตามศักยภาพอย่างถาวร ลดประสิทธิภาพในการเรียนของเด็กวัยเรียน และอาจมีความรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยได้แนะนำให้จ่ายยาน้ำเสริมธาตุเหล็กแก่เด็กอายุ 6 เดือน -5 ปี และยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแก่เด็กวัยเรียน อายุ 6-12 ปี และหญิงวัยเจริญพันธุ์ นอกจากนั้นยังแนะนำให้ตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง เมื่อเด็กอายุ 6-12 เดือน 3-6 ปี แต่ทางกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวมยังเห็นความสำคัญในเด็กนักเรียนอายุ 6- 12 ปีด้วย จึงได้มีการจัดโครงการคัดกรองภาวะซีดในกลุ่มนี้เพิ่มเติม ทั้งนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่มวัยเด็กและเยาวชน และหญิงวัยเจริญพันธ์ ดังนั้นกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต จึงจัดทำโครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปีงบประมาณ 2567เพื่อช่วยกระตุ้นการเข้าถึงบริการป้องกันโลหิตจางของเด็กปฐมวัยและเด็กโตให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
-
ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี มีภาวะซีด100.0080.00
มีภาวะซีด น้อยกว่าร้อยละ20
-
ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี มีภาวะซีด ได้รับการส่งต่อ80.0080.00
เด็กที่มีภาวะซีดได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 90
-
ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี ได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก80.0080.00
เด็กอายุ 6 - 12 ปี ได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก ร้อยละ 80
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงแก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ วิทยากรและผู้จัดจำนวน 105 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท คิดเป็นเงิน 2,625 บาท -ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชมๆละ 600 บาท คิดเป็นเงิน 1,800 บาท -ค่าวัสดุอุปกรณ์โครงการ จำนวน 2,175 บาท รวทเป็นเงิน 6,600 บาท
3 มิถุนายน 2567 ถึง 28 มิถุนายน 2567มีผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้เพิ่มขึ้น
6600.00 บาท -
คัดกรองภาวะซีดในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6
-เจาะเลือดเพื่อคัดกรองภาวะซีดในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 100 คน
3 มิถุนายน 2567 ถึง 28 มิถุนายน 2567เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ได้รับการเจาะเลือด ร้อยละ 80
เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ได้รับการเจาะเลือดมีภาวะซีด ได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 90
0.00 บาท
1.ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี ไดรับการคัดกรองภาวะซีด ร้อยละ 80 2.ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี มีภาวะซีด น้อยกว่าร้อยละ 20 3.ร้อยละเด็กอายุ 6 - 12 ปี ที่มีภาวะซีดได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 90
