โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน28.40
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง30.00
-
0.00
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆ ของประเทศไทย ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมองโรคหัวใจและหลอดเลือด ความเบาหวาน มีอัตราตาย 124.80, 58.0, 36.1 ,25.9 ต่อแสนประชากรตามลำดับ(ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565) และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา สูงมาก ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องโรคไม่ติดต่อมีปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่าง เช่น การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม และที่มีพลังงานเกินความจำเป็น ขาดการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต้องขจัดหรือลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้เกิดสมดุลชีวิตในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนหนึ่งที่มีพฤติกรรมเสี่ยงไม่สามารถรับรู้ปริมาณพลังงานที่ได้รับและพลังงานที่จำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาสมดุลด้านพลังงานได้ อีกทั้ง ขาดแรงจูงใจในการกำกับและควบคุมพฤติกรรมของตนเอง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบกิจกรรมที่ช่วยสะท้อนข้อมูลการกิน การมีกิจกรรมทางกาย และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง
จากการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต ในปี 2564-2566พบว่า ประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยงคิดเป็นร้อยละ 11.31 , 25.83 ,30.55 อยู่ในกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 8.01 , 22.81 , 30.20ประชากรที่มีภาวะเบาหวาน อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 32.64 , 33.80 ,28.40อยู่ในกลุ่มกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 2.90 , 2.80,3.75อัตราการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 16.00 ,16.26,25.85 อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ6.58 , 6.74,8.25 จะเห็นได้ว่าประชาชนในเขตกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต มีกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วย โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้น
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับ อสม. จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่เหมาะสมกลุ่มป่วยสามารถควบคุมโรคได้ดี ลดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา
-
1 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่เหมาะสม0.000.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
-
เพื่อพัฒนาทักษะ การคัดกรองโรค ใน อสม.31.0031.00
อสม.ร้อยละ 90 มีทักษะ การคัดกรองโรค
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง15
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง15
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแกนนำเพื่อชี้แจง ติดตามและสรุปผลโครงการ
ค่าอาหารว่างสำหรับผู้เข้าร่วมชี้แจง/ติดตาม/สรุปผลโครงการ 35 คน* 2 มื้อ*25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 10 พฤษภาคม 2567ได้ดำเนินโครงการ ตามระยะเวลาที่กำหนด
1750.00 บาท -
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท3 มิถุนายน 2567 ถึง 21 มิถุนายน 25677450.00 บาท -
อมรมพัฒนาศักยภาพ อสม.ในการคัดกรองโรค
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 สิงหาคม 2567 ถึง 23 สิงหาคม 2567อสม.เข้าร่วมอบรม 100 % มีความรู้ ความสามารถ ในการคัดกรองโรค
5650.00 บาท -
กิจกรรมเยี่ยมบ้านย่องครัว
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มทีมเยี่ยมบ้าน จำนวน 10 คน6 มื้อ25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
-ค่าอาหารกลางวันทีมเยี่ยมบ้าน จำนวน 10 คน จำนวน 3 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 สิงหาคม 2567 ถึง 15 สิงหาคม 25673300.00 บาท
เกิดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับชุมชนแบบองค์รวม • อัตราการเข้าถึง คัดกรองโรคบริการสุขภาพสำหรับประชากรวัยทำงานเพิ่มขึ้น • กลุ่มเป้าหมายเกิดความตระหนักและมีความรู้ด้านพฤติกรรมสุขภาพและการจัดการพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง • กลุ่มป่วยควบคุมระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดได้ดี • พฤติกรรมสุขภาพอันพึงประสงค์ของบุคลากรดีขึ้น เกิดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคลากรแบบองค์รวม • บุคลากรเกิดความตระหนักและมีความรู้ด้านพฤติกรรมสุขภาพและการจัดการพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง • บุคลากรมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และการบริการสุขภาพสำหรับวัยทำงาน • พฤติกรรมสุขภาพอันพึงประสงค์ของบุคลากรดีขึ้น • ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของบุคลากรลดลง • สุขภาพ ผลิตภาพ และคุณภาพชีวิตของบุคลากรดีขึ้น
