โครงการอบรมแกนนำการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองในชุมชน
-
จำนวนของประชาชนที่ป่วยในระยะประคับประคอง ปี 2566 ที่ขึ้นทะเบียน ในเขตตำบลคูหาสวรรค์42
-
เพื่อให้แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง00
แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง42
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การอบรมแกนนำการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองในชุมชน
อบรมแกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองได้ แกนนำชุมชนหรือ อสม ชุมชนละ 2 คน จำนวน 45 ชุมชน (90 คน) เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองพัทุลง 1 คน เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชน 3 แห่ง แห่งละ 1 คน (3 คน) ทีมคณะผู้จัดการอบรม 6 คน - ค่าอาหารว่างมื้อละ 30 บาท x 100 คน x 2 มื้อ = 6,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 60 บาท x 100 คน x 1 มื้อ =6,000 บาท - ค่าวัสดุในการจัดการอบรม 2,000 บาท (ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้)
6 มิถุนายน 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
14000 บาท -
ติดตามประเมินผล
ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะประคับประคอง พร้อมกับ แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือมีการนิมนต์พระไปร่วมในการเยี่ยมบ้านด้วย ในบางรายที่เข้าระยะท้ายของชีวิต
1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 สิงหาคม 2567แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองได้ถูกต้อง
0 บาท
ถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
1.แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อการดูแลผู้ป่วยประคับประคองและเตรียมตัวสำหรับวาระท้ายของชีวิตในทุกมิติ สู่การตายที่ดี 2.แกนนำชุมชน อสม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองได้อย่างถูกต้อง
