โครงการควนคูหาต้นแบบร่วมใจในการจัดการขยะอย่างครบวงจร หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
-
นางปารีเดาะ กาแบ
-
น.ส.รอฮะนี อาแว
-
น.ส.เจะแย ตาเละ
-
น.ส.สารีป๊ะ หมัดดาโต๊ะ
-
นางศศิธร เจ๊ะอี
-
ร้อยละของครัวเรือนที่คัดแยกขยะเป็นประจำ20.00
-
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายการจัดการขยะในชุมชน100.00
-
ร้อยละของครัวเรือนที่ใช้ประโยชน์ขยะเปียก เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ20.00
เมื่อกล่าวถึงสุขภาพเป็นกระบวนการที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างแยกไม่ได้ และเป็นเหตุผลสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา ย่อมมีการใช้ปัจจัยสี่ในการใช้ชีวิตเพื่อการอยู่รอด ผลของการใช้ปัจจัยดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อระบบธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการบริหารจัดการในการใช้เพื่อรักษาและบำรุงไว้ซึ่งธรรมชาติให้มีความสมดุล เพื่อคนรุ่นหลังให้ได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กิจกรรมหนึ่งที่ทำให้ระบบธรรมชาติเราเกิดความสมดุลอย่างดีคือการจัดการขยะก่อนทิ้งที่จะทิ้งลงถังเพื่อส่งเสริมการสร้างกระแสของประชาชนให้มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ ถ้าทุกคนในชุมชนมีระเบียบวินัยในการจัดการขยะก่อนทิ้งลงถัง ความสะอาดในชุมชน ความเป็นระเบียบ จึงเกิดความปลอดภัยในการดำรงชีพ เพราะขยะเป็นสิ่งที่อาจจะเป็นแหล่งของเชื้อโรคได้ หากมีการบริหารจัดการที่ไม่สมบูรณ์ถูกต้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยกันควบคุมกำกับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชน ต้องมีการดูแลเอาใจใส่ต่อการจัดการอย่างมีคุณภาพและมีความคุ้มค่าที่สุด เช่น ขยะในครัวเรือนที่เป็นเศษวัสดุเหลือจากการบริโภคส่วนมากเป้นขยะที่ย่อยสลายได้หรือเรียกว่าขยะอินทรีย์ ซึ่งสามารถนำมาหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพ พอได้อายุสามารถนำมาใส่ต้นไม้ให้เจริญงอกงามมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น บางชนิดสามารถนำมารวบรวมให้ได้จำนวนมากๆ นำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครอบครัวหรือบางชนิดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ส่วนขยะที่เป็นเศษขยะหรือใบ้ไม้ก็นำมารวบรวมเป็นกองโดยอาศัยกรรมวิธีของการหมัก ซึ่งสามารถสอบถามกรรมวิธีจากนักวิชาการเกษตรในพื้นที่ได้ ปัจจุบันพื้นที่เขตเทศบาลตำบลบ่อทอง มีปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น เศษขยะอินทรีย์ จากบ้านเรือน เช่น เศษอาหาร เศษผักผลไม้ ฯลฯ ที่เหลือจากการนำมารับประทานและทิ้งโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะตกค้างสะสมส่งกลิ่นเน่าเหม็น ประกอบกับปัจจุบันประชาชนมีแนวโน้มการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยการลดหรือเลิกใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีในกระบวนการผลิต หันมาทำเกษตรแบบธรรมชาติ พึ่งพาตัวเอง ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ การทำน้ำหมักชีวภาพถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะเป็นการลดปริมาณขยะอินทรีย์จากต้นทาง และเป็นการลดต้นทุนช่วยปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์และสามารถนำน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตได้ไปเป็นปัจจัยการผลิตพืชอินทรีย์ ช่วยลดปัญหาขยะอินทรีย์ในชุมชน ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อเพิ่มครัวเรือนที่คัดแยกขยะเป็นประจำ30.00
ร้อยละของครัวเรือนที่คัดแยกขยะเป็นประจำ
-
เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายการจัดการขยะในชุมชน100.00
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายการจัดการขยะในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มครัวเรือนที่ใช้ประโยชน์ขยะเปียก เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ30.00
ร้อยละของครัวเรือนที่ใช้ประโยชน์ขยะเปียก เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ
-
กลุ่มวัยทำงาน150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะ
การบรรยาย อบรมให้ความรู้ การนำขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร,ผัก,ผลไม้) จากครัวเรือนมาทำน้ำหมักชีวภาพให้แก่ประชาชน
24 พฤศจิกายน 2566 ถึง 24 พฤศจิกายน 2566ประชาชนในพื้นที่ ม.1 มีความรู้ และนำไปปฏิบัติได้
20000.00 บาท -
จัดทำถังขยะเปียก
ให้ความรู้เรื่องถังขยะเปียก พร้อมสาธิตวิธีการทำถังขยะเปียก
28 พฤศจิกายน 2566 ถึง 28 พฤศจิกายน 2566ทุกครัวเรือนมีการจัดทำถังขยะเปียก เพื่อรองรับขยะอินทรีย์
5000.00 บาท -
ทำน้ำหมักชีวภาพ
ให้ความรู้เรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ พร้อมสาธิตวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ
22 ธันวาคม 2566 ถึง 22 ธันวาคม 2566ครัวเรือนในชุมชนมีการทำน้ำหมมักชีวภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้
5000.00 บาท -
จัดตั้งธนาคารขยะ/ศึกษาดูงาน
ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการธนาคารขยะ /ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการธนาคารขยะ
4 มกราคม 2567 ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2567มีการแต่งตั้งคณะทำงาน มีการซื้อ-ขาย ทำให้มีรายได้ และปริมาณขยะลดลง
10000.00 บาท -
ทำความสะอาด Big Cleaning Day
จัดกิจกรรม Big Cleaning Day จำนวน 3 ครั้ง เพื่อให้ชุมชนมีความสะอาด ปราศจากขยะ
3 มกราคม 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2567ชุมชนตระหนักและช่วยกันรักษาความสะอาด ทำให้ชุมชนน่าอยู่
5000.00 บาท -
ประกวดหน้าบ้านน่ามอง
จัดกิจกรรมประกวดหน้าบ้านน่ามอง เพื่อกระตุ้นให้ครัวเรือนจัดการสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น
3 มิถุนายน 2567 ถึง 6 กันยายน 2567ครัวเรือน/ชุมชน มีสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย น่าอยู่
10000.00 บาท -
สรุปและประเมินผลโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรมถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรม
9 กันยายน 2567 ถึง 13 กันยายน 2567สามารถถอดบทเรียนในการดำเนินกิจกรรมและสรุปเป็นรูปเล่มต่อไป
5000.00 บาท
- ประชาชนมีการรักษาความสะอาดในบ้านเรือน ชุมชน
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการขยะประเภทต่างๆ
- ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง
