โครงการส่งเสริมการวัดความดันโลหิตที่บ้าน เพื่อเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง
-
-
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง60.00
การวัดความดันโลหิต เป็นการตรวจร่างกายที่สามารถให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจหลอดเลือดเบื้องต้น ซึ่งทำได้ภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ การวัดอาจทำโดยสอดแขนจนสุดต้นแขนเข้าไปในเครื่องอัตโนมัติ หรือใช้ผ้าพันรอบแขนแล้วสูบลมให้ผ้าพองขึ้นจนเกิดแรงบีบที่แขน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยลมออกและรอดูค่าความดันที่จะปรากฏคงที่ในเวลาต่อมา ภาวะความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจความดันโลหิตเบื้องต้นเมื่อเข้ารับการรักษาหรือตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลการตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตาได้ บุคคลทั่วไปควรตรวจความดันโลหิตเป็นประจำเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สามารถทำได้ง่าย ค่าความดันโลหิตที่วัดที่บ้านจะต่ำกว่าค่าที่วัดจากโรงพยาบาล จาการศึกษาพบว่าค่าความดันโลหิตที่วัดจากบ้าน มีความสัมพันธ์โรคแทรกซ้อน ซึ่ง ประโยชน์ของการวัดความดันโลหิตที่บ้าน คือการวัดความดันชนิดนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ความดันสูงที่โรงพยาบาล แต่วัดที่บ้านพบว่า ปกติ เพื่อตรวจว่าความดันโลหิตสูงหรือไม่ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตแตกต่างกันระหว่างที่บ้านและที่โรงพยาบาล จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง ในปี 2567 พบกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) จำนวน 70 คน จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 998 คน คิดเป็นร้อยละ 7.01 กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน โดยวัดตอนตื่นนอนตอนเช้า 2 ครั้ง และก่อนเข้านอน 2 ครั้ง เอาค่าที่ได้มาเฉลี่ย หากยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะต้องส่งพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
-
เพื่อส่งเสริมการวัดความดันโลหิตในกลุ่มสงสัยป่วยต่อเนื่องที่บ้าน50.0050.00
กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตตามแนวทางครอบคลุมทุกคน
-
เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉันโรคและได้รับการรักษาทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน60.0060.00
กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการติดตามความดันโลหิตแล้วยังสูงได้รับการส่งต่อเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาครบทุกคน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรม/ฝึกทักษะ แกนนำสุขภาพ / ญาติ / ผู้ป่วย ในการให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และการใช้เครื่องวัดความดัน พร้อมทั้งลงพื้นที่ฝึกวัดความดัน จำนวน 90 คน แบ่งเป็น 2 วัน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 90 คน x 2 มื้อ ๆละ 35 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 12,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 90 บาท x 70 คน x 1 มื้อ x 2 วัน เป็นเงิน 12,600 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร 300 บาท X 1 คน x 5 ชั่วโมง x 2 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 1.5 x 2.0 เมตรๆละ 250 บาท x 1 ผืน เป็นเงิน 750 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 256728950.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต
- เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องละ 2,500 จำนวน 4 เครื่อง เป็นเงิน 10,000 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 256710000.00 บาท
- กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตตามเกณฑ์ที่กำหนด
- กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน
- มีเครื่องวัดความดันโลหิตในหมู่บ้าน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ทันทีอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงลดลง
