โครงการวัยรุ่นตำบลศาลาใหม่ใส่ใจรักสุขภาพ ป้องกันโรคในสตรี ปี 2567
ร่างกายของผู้หญิงที่มีความเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ วัยผู้ใหญ่ และวัยหมดประจำเดือน ควรสังเกตถึงความผิดปกติในร่ายกาย เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่ไม่คาดฝัน หากตรวจพบเร็วก็มีโอกาสรักษาหาย แต่หากตรวจพบในระยะลุกลามความหวังที่จะหายจากโรคอาจเป็นไปได้ยาก การรู้จักร่างกายตัวเองเป็นอย่างดีและเห็นความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การรักษาง่ายดายมากยิ่งขึ้น ร่างกายของผู้หญิงมีความซับซ้อนและมีหลายโรคที่มักเกิดเฉพาะกับผู้หญิง หรือเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจึงควรรู้จักโรคที่มักเกิดในผู้หญิง อาการเบื้องต้น และวิธีการป้องกันและรักษาโรคเหล่านั้นอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มโอกาสในการหายจากโรคนั้น ๆ ได้ ซึ่งโรคเหล่านี้มักจะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติด้านฮอร์โมนและพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของตัวเอง ผู้หญิงไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด(สาวๆต้องรู้!9โรคที่พบในผู้หญิงมากที่สุดวันที่ 15/06/2021:
https://www.hugsinsurance.com/article/most-common-women-illness
จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี2564-2566 ที่ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินโครงการวัยรุ่นตำบลศาลาใหม่ ใส่ใจรักสุขภาพรพ.สต.ศาลาใหม่ ได้มีการจัดให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เรื่องคุณแม่วัยใส เรื่องการคุมกำเนิดและการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และเรื่องการป้องกันโรคมะเร็งในสตรีกลุ่มเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป และได้มีการดำเนินกิจกรรมการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก พบว่า กลุ่มสตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีใหม่ HPV DNA Test เป็นครั้งแรก จำนวน 133 คน คิดเป็นร้อยละ 8.55 ยังไม่ผ่านตัวชี้วัด (ตัวชี้วัดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20) โดยการคัดกรองโดยวิธีเดิม Pap Smear ซึ่งได้ดำเนินการตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2563-2564 (ช่วงปี 2565 ไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด19) ได้ผลการคัดกรอง คิดเป็นร้อยละ 10.79, 23.53, 41.52 ตามลำดับและพบอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ตั้งแต่ปี 2558-2565 จำนวน 1, 1, 0, 0, 0, 0, 0, 0 ราย ตามลำดับ คิดเป็นอัตราป่วย 9.80 ,9.79, 0, 0, 0, 0, 0, 0 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ ปี 2565 พบผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก จำนวน 1 รายสำหรับการคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม พบว่า กลุ่มสตรีอายุ 30-70 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2566 ได้คัดกรองโรคมะเร็งเต้านม จำนวน 1,574 , 1,557, 1,623,1,631, 1,669, 1,760,1,724, 1,767, 1,871 คน ตามลำดับ และพบอัตราป่วยโรคมะเร็งเต้านมในปี 2561-2566 จำนวน 1, 0, 2, 3, 2, 1 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 9.70, 0, 19.02, 25.36, 16.90, 9.70 ต่อแสนประชากร ปี 2564-2566 พบผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านม จำนวน 2 ราย จะเห็นได้ว่าความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้น และยังพบอัตราป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นตาม การดำเนินกิจกรรมป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญให้ ซึ่งจะส่งผลทำให้ไม่พบอัตราป่วยระยะสุดท้ายและอัตราตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม หรือพบอัตราที่ลดลง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลาใหม่จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
1. เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น (อายุต่ำกว่า 20 ปี)1.00
- อัตราตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ลดลง
-
2. เพื่อป้องกันอัตราป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในพื้นที่ตำบลศาลาใหม่1.00
- ไม่พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่น
-
3. เพื่อสร้างความตระหนักให้กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่นในการป้องกันโรคมะเร็งในสตรี1.00
สตรีอายุ 30-60 ปี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก
สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมโดย จนท. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง400
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 400 คนๆละ 1 มื้อๆ ละ 25.- บาท เป็นเงิน 10,000.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 400 คนๆละ 1 มื้อๆ ละ 70.- บาท เป็นเงิน 28,000.-บาท
1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2567ได้รับความรู้เรื่องป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และการป้องกันมะเร็งปากมดลูก
38000.00 บาท
- ไม่พบอัตราตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น (อายุต่ำกว่า 20 ปี)
- ไม่พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่น
- ไม่พบอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- สตรีกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรา การเกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในระยะที่ไม่รุนแรง
