โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กเล็ก
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) สุขภาพชิองปากมีความสำคัญยิ่งต่อประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย มักพบปัญหาทางด้านทันตสุขภาพเสมอ และปัญหาที่พบมาก คือ โรคฟันผุ ซึ่งสารถซึ้งสามารถพบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรก ทั้งนี้ อัตราการเกิดโรคฟันผุมักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชวงอายุ 2-4 ปี ก่อให้เกิดโรคฟันน้ำนมผุอย่างรุนแรง ทำให้เด็กมีความเจ็บปวด ไม้สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ส่งผลต่อน้ำหนักตัว การเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กเป็นโรคขาดอาหารได้ นอกจากนี้หลังจากเกิดฟันน้ำนมผุ ยังมีผลเสียต่อฟันแท้ของเด็กในอนาคตอีกด้วย กล่าวคือ ฟันน้ำนมที่ถูกถอนหรือหลุดไปก่อนเวลาที่เหมาะสม จะทำให้ฟันล้มเอียงเข้าหาช่องว่าง ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติ อาจจะขึ้นมาในลักษณะบิดหมุน ซ้อนเก ซึ้งจะส่งผลต่อความสวยงามเกิดเป็นปมด้อยทำให้เด็กไม่กล้าแสดงออก อกจากนั้นยังพบว่าเด็กส่วนใหญ่ มีการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมอาจเนื่องมาจากผู้ปกครองยังขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลทันตสุขภาพ ตลอดจนยังมีทัศนคติและพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของเด็กบางเรื่องยังไม่ถูกต้อง และทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ยังไม่มีสถานที่แปรงฟัน จึงทำให้กิจกรรมการแปรงฟันหลังการรับประทานอาหารกลางวันไม่ต่อเนื่อง ขาดอุปกรณ์ในการแปรงฟัน ไม่มีที่เก็บอุปกรณ์การ แปรงฟัน การแก้ปัญหาทันตสุขภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย ดังนั่น ข้าพเจ้าจึงคิดจัดทำโครงการ หนูน้อยสุขภาพฟันดี ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมทันตสุขภาพแก่เด็กนักเรียน โดยการมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง อันส่งผลต่อสุขภาพและสุขภาพช่องปากที่ดีของนักเรียนต่อไปในอนาคต
-
1 เพื่อให้เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์การแปรงฟันและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีที่เก็บอุปกรณ์การแปรงฟัน0.00
1.นักเรียนมีอุปกรณ์การแปรงฟันและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีที่เก็บอุปกรณ์การแปรงฟัน
-
2 เพื่อให้เด็กนักเรียนแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน0.00
2.เด็กสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
-
3 เพื่อใช้กิจกรรมการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันของนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง0.00
3.นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากพลมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น
-
4 เพื่อจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ เด็ก ครู บุคลากรและผู้ปกครอง มีความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับทันตสุขภาพและการดูแลช่องปากที่ถูกต้องและเด็กสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี0.00
4.ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการดุแลสุขภาพช่องปากของเด็กมากขึ้นและมีการดุแลสุขภาพช่องปากขอวเด็กมากขึ้น
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน45
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรม ฟันน้ำนมสำคัญอย่างไร 1.1 ประเมินความรู้และทัศนคติก่อนการอบรม โดยทำแบบทดสอบวัดความรู้ และทัศนคติ 1.2 อบรมให้ความรู้แก่ เด็ก ผู้ปกครอง ครู และบุคลากร เรื่อง ความสำคัญของฟันน้ำนม - สาเหตุ/ระยะของการเกิดโรคฟันผุ /แนวทางกา
ค่าวิทยากร 1 คน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้ายขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร เป็นเงิน 576 บาท
ค่าเอกสารแจกผู้ปกครองและบุคลากร จำนวน 46 เล่ม x เล่มละ20 บาท = 920 บาท
ค่าแปรงสีฟัน 45 คน x 30 บาท เป็นเงิน 1,350บาท
ค่าแก้วน้ำ 45 คน x 25 บาท เป็นเงิน 1,125 บาท
ค่าผ้าเช็ดหน้า 45 คน x 25 บาท เป็นเงิน 1,125 บาท
ค่ายาสีฟัน 45 คน x 34 บาท เป็นเงิน 1,530 บาท
ค่าอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 95 คน คนละ 25 บาท เป็นเงิน 2,375บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256710801.00 บาท
- นักเรียนมีอุปกรณ์การแปรงฟันและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีที่เก็บอุปกรณ์การแปรงฟัน
- เด็กสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
- นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากพลมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น
- ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการดุแลสุขภาพช่องปากของเด็กมากขึ้นและมีการดุแลสุขภาพช่องปากขอวเด็กมากขึ้น
