โครงการรู้เท่าทัน ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE)
-
-
โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งประเทศไทยคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละปีโรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ เพศ และปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น การเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าและเป็นภาวะวิกฤตของแต่ละบุคคล หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและเหมาะสมอาจเกิดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่สำคัญ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง ได้แก่กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด(Cardiovascular Disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นรายโรคและพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิงคือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 28 ในเพศหญิง และร้อยละ 10.6 ในเพศชาย ส่วนผู้รอดชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดความพิการหลงเหลือตามมามากที่สุด สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือด ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาเพดาน พบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค ได้แก่ การที่มีผู้ป่วยมีโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีอัตราการควบคุมระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท และควบคุมระดับน้ำตาลสะสมน้อยกว่าร้อยละ 7
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการที่สำคัญทั่วโลกและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั่วโลกพบว่า 1 ใน 4 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปเป็นโรคหลอดเลือดสมอง และร้อยละ 90 ของโรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข สธ. ในปี 2566 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากถึง 349,126 ราย เสียชีวิต 36,214 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี
กรมควบคุมโรค ได้แนะวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสมองว่า โรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ “ป้องกันไว้ดีกว่าการรักษา” เนื่องจากการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิด ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทำได้โดยการควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม มีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดการใช้สารเสพติดทุกชนิด หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
-
1.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE)80.0080.00
-
2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรอง วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก80.0080.00
-
3.เพื่อประชาสัมพันธ์การรู้เท่าทันการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและหลอดหัวใจแก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบ80.0080.00
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.คัดกรอง ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ให้กับกลุ่มเป้าหมาย2 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
-
อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง(STROKE)
ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.5 * 2 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
คาอาหารว่าง 2 มื้อๆละ 25 บาท * 80 คน เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท* 80 คน เป็นเงิน 4,800 บาท
ค่าวิทยากร 6 ชม. เป็นเงิน 3,600 บาท
2 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 256713150.00 บาท
- กลุ่มเป้าหมายมีศักยภาพและองค์ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรอง วัดความดันโลหิต
- มีการสร้างเครื่อข่ายประชาสัมพันธ์เรื่องโรคหลอดเลือดสมองในชุมชน
