โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทย
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะนังดาลำ
อาการปวดเข่าพบได้มากถึงร้อยละ40 ในจำนวนโรคข้อทั้งหมด โดยเกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของวัยที่เพิ่มขึ้น อัตราการปวดเข่าพบได้ในบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และมากกว่า80 พบในกลุ่มบุคคลที่มีอายุมากกว่า70ปีขึ้นไป (Harisdangkul, 1996) มักเกิดกับข้อที่มีการใช้งานหรือการลงน้ำหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน คือ ข้อสะโพกและข้อเข่า ต้องอาศัยระยะเวลาในการรักษาที่ยาวนานต่อเนื่อง และต้องใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน สะท้อนให้เห็นถึงภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติ ประกอบกับการรักษาที่ได้รับในปัจจุบันยังทำให้อาการของโรคไม่หายขาด จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยแสวงหาสถานบริการที่พึงพอใจอยู่เสมอ ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ เมื่ออาการปวดเข่าเกิดขึ้นกับบุคคลที่อยู่ในวัยทำงานอาจทำให้บุคคลนั้นต้องเปลี่ยนอาชีพหรือหากอาการรุนแรงอาจไม่สามารถประกอบอาชีพได้เลย จึงเป็นปัญหาต่อการประกอบอาชีพอย่างมาก ในปี2566 ที่ผ่านมารพ.สต.มีผู้สูงอายุจำนวน 562 ราย คิดเป็นร้อยละ14.78 ของประชากรทั้งหมด พบผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาด้วยอาการปวดเข่าและปวดกล้ามเนื้อเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องได้รับการดูแล การใช้ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อการดูแลสุขภาพ เช่นการนวด การใช้สมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เพื่อการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน และลดปัญหาการตกค้างของสารเคมีในร่างกายจากการใช้ยาแผนปัจจุบัน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
กิจกรรม การอบรมให้ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยได้แก่ การนวดตนเอง การใช้ยาสมุนไพรบรรเทาอาการปวดเข่า การให้ความรู้เรื่องอาหาร พร้อมสาธิตวิธีการทำยาสมุนไพรและวิธีใช้ยา
ประเมินความพึงพอใจโครงการ สรุปผลการดำเนินการ
1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยมากขึ้น
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลตัวเองได้
20520.00 บาท
- ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยมากขึ้น
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลตัวเองได้
