โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ชะลอไตเสื่อม
-
นายกำชัย สากลเจริญ ตำแหน่ง รองประธานชุมชนหลังศาลฯ เบอร์โทร 080-8646369
-
นางอรพินท์ ฐานบัณฑิต ตำแหน่ง กรรมการชุมชน เบอร์โทร 097-9939686
-
น.ส.ศรีวรรณ จารุธนกุล ตำแหน่ง กรรมการชุมชน เบอร์โทร 097-3882023
-
น.ส.มณีรัตน์ แซ่ตั้ง ตำแหน่ง กรรมการชุมชน เบอร์โทร 087-9696038
-
นางภัทรภร สากลเจริญ ตำแหน่ง กรรมการชุมชน เบอร์โทร 086-2939296
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease, CKD) เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกรวมถึงประเทศไทย ภาวะไตเรื้อรังมักมีการดำเนินโรคไปสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease,ESRD) ที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตหรือการปลูกถ่ายไต และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ทำให้สูญเสียสุขภาวะ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประกอบกับสถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยโรค ไตเรื้อรังในประเทศไทยในปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจต่อตัวผู้ป่วยเองและต่อประเทศไทยในอนาคต เพราะต้องแบกรับ ค่าใช้จ่ายในการรักษาซึ่งมีราคาสูงโดยเฉพาะในระยะที่เข้าสู่การบำบัดทดแทนไต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตเรื้อรังและชะลอความเสื่อยมของไต ในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะการค้นหา คัดกรอง เพื่อการเฝ้าระวัง รวมถึงการติดตามดูแลให้ความรู้และคำแนะนำเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การดูแลตนเองที่บ้านจนถึงเกิดการกระตุ้นให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพในการดูแลตนเองและดูแลผู้อื่น จนทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีจำนวนลดลงได้ในอนาคต ซึ่งเริ่มจากการดูแลคนในชุมชน
ข้อมูลจากการการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ในชุมชนหลังศาลจังหวัดเบตง ปี 2565 จำนวน 120 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 10 ราย สงสัยป่วย จำนวน 6 ราย พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 11 ราย สงสัยป่วย จำนวน 8 ราย และข้อมูลจากศูนย์บริการสาธารณสุขเมืองสวนน้ำแกรด์วิลล่า พบว่าประชากรชุมชนหลังศาลจังหวัดเบตง มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 230 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 33 ราย และมีผู้ป่วยเป็นโรคไตระยะที่ 5 จำนวน 1 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2566)
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน เพื่อชะลอไตเสื่อมในประชาชน ชุมชนหลังศาลจังหวัดเบตง จึงได้จัดการทำโครงการปรับพฤติกรรม ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ชะลอไตเสื่อมขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย ได้รับความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สามารถดูแลตนเอง ครอบครัว ได้อย่างเหมาะสมต่อไป
-
1. เพื่อเฝ้าระวังป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ไม่ให้เป็นโรคไต0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ดำเนินโรคไปสู่โรคไตเรื้อรังลดลง
-
2. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มีความรู้/ตระหนักในการดูแลสุขภาพ และชะลอการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง0.00
- ร้อยละ 70 ของประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ ตระหนักในการดูแลสุขภาพ และชะลอการเกิดไตวายเรื้อรัง
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สามารถดูแล/ป้องกันโรคไตวายเรื้อรังและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง0.00
ร้อยละ 70 ของประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแล/ป้องกันโรคไตวายเรื้อรังและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ชะลอไตเสื่อม
กิจกรรมที่ 1. อบรมให้ความรู้
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน X 75 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน 4,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน X 35 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุประกอบการอบรม เช่น กระเป๋าหรือแฟ้ม, สมุด, ปากกา ฯลฯ
จำนวน 60 คน X 40 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าแผ่นพับให้ความรู้กระดาษสี จำนวน 3 เรื่องๆละ60 แผ่นๆละ 5 บาท เป็นเงิน 900 บาท
ค่าไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.80 x 2.4 เมตรๆละ 250 บาท 1 ผืน เป็นเงิน 1,080 บาท
ค่าถ่ายเอกสาร แบบคัดกรอง “พฤติกรรมการบริโภคอาหาร”
จำนวน 60 แผ่นๆ ละ 1.20 บาท เป็นเงิน 72 บาท
ค่าเช่าสถานที่ จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 2,000 บาท
รวมเงินกิจกรรมที่ 1 จำนวน 18,752.- บาท
กิจกรรมที่ 2. การเฝ้าระวังโรคเรื้อรังและติดตามเยี่ยมบ้าน
ค่าแถบตรวจน้ำตาล จำนวน 2 กล่องๆละ 375 บาท เป็นเงิน 750 บาท
ค่าเข็มเจาะ จำนวน 1 กล่องๆละ 300 บาท เป็นเงิน 300 บาท
รวมเงินกิจกรรมที่ 2 จำนวน 1,050.- บาท
- หมายเหตุ หากแถบตรวจน้ำตาลและเข็มมีไม่เพียงพอเบิกจากPCU.ในเขตรับผิดชอบ
กิจกรรมที่ 3. การประเมินผล
- ค่าเข้ารูปเล่มสรุปผลการดำเนินงาน จำนวน 2 ชุด เป็นเงิน 300 บาท
รวมเงินกิจกรรมที่ 3 จำนวน 300.- บาท
2 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ไม่ให้เป็นโรคไต
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มีความรู้/ตระหนักในการดูแลสุขภาพ ป้องกันภาวะไตวายเรื้อรัง และชะลอการเกิดไตวายระยะสุดท้าย
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สามารถดูแล/ป้องกันโรคไตวายเรื้อรังและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
20102.00 บาท
**หมายเหตุ ทุกรายการทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ไม่ให้เป็นโรคไต
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มีความรู้/ตระหนักในการดูแลสุขภาพ ป้องกันภาวะไตวายเรื้อรัง และชะลอการเกิดไตวายระยะสุดท้าย
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สามารถดูแล/ป้องกันโรคไตวายเรื้อรังและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
