โครงการศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ
-
นางสาวยัสมีน หะยีอาแว
-
นางสาวไซนับ อาลี
ปัจจุบันสมุนไพรไทย เป็นพันธุ์พืชที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งสมุนไพรที่สำคัญและช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้มั่นคง และลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของไทยนั้นก็คือ สมุนไพรที่ใช้ในการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานาน เนื่องจากคนไทยสมัยก่อนมีค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลสูง ด้วยเหตุที่ในสมัยก่อนยังไม่มีสถานบริการด้านสาธารณสุข บริการประชาชนอย่างทั่วถึงเหมือนปัจจุบัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นในชุมชนหรือในครอบครัว จึงมีการนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นหรือรักษาพยาบาลกับหมอพื้นบ้าน ในหมู่บ้านของตนเอง เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยโดยอาศัยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ซึ่งกระบวนการรักษาและสรรพคุณของสมุนไพรชนิดต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและสำคัญอย่างยิ่ง แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาท สรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรไทย อันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม ก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อยๆ และถูกทอดทิ้งในที่สุด ส่งผลให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักสมุนไพรไทยน้อยลง และปัจจุบันประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น เนื่องจากการรักษาแผนปัจจุบันบางครั้งมีผลข้างเคียงในบางโรคและมีขีดจำกัดในการรักษา นอกจากนั้นอิทธิพลของกระแสโลกในเรื่องสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกก็เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย ทำให้คนไทยหันมาบริโภคสมุนไพรกันมากขึ้น
ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย มีศักยภาพทางภูมิศาสตร์ มีภูมิอากาศที่ดี และมีศักยภาพในการผลิตพืชสมุนไพรได้หลากหลายชนิด ที่มีลักษณะเฉพาะประจำท้องถิ่น รวมทั้งมีแหล่งผลิตสมุนไพรที่เหมาะสม แต่พื้นที่ดังกล่าวยังขาดศูนย์การเรียนรู้สำหรับพืชสมุนไพร เพื่อใช้เรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพร อันจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงแล้วยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย สมุนไพรจึงจัดเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งนับว่าสมุนไพรไทยมีศักยภาพและสามารถนำรายได้เข้าประเทศสูงมากและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล จึงสนใจที่จะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ โดยใช้วัตถุดิบที่สามารถหาได้ในท้องถิ่นอย่างสมุนไพรมาเป็นวัตถุดิบหลัก ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ รวมทั้งเป็นแนวทางในการออกแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อสุขภาพให้กับผู้ที่สนใจศึกษาต่อไป
-
เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เป็นแหล่งข้อมูลสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องพืชสมุนไพรให้กับคนในชุมชนตำบลรูสะมิแล0.00
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสมุนไพรในการดูแลสุขภาพ0.00
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถแปรรูปสมุนไพรสำหรับใช้ดูแลสุขภาพได้เอง0.00
-
เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อยา และลดการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลได้0.00
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน250
-
กลุ่มวัยทำงาน90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การทำยาดมสมุนไพร
- ค่าสมุนไพร (กระวาน,กานพลู,พริกไทย,ดอกจันทร์,การบูร,พิมเสน,เมนทอล) ชุดละ 1,350 บาท x 6 ชุด เป็นเงิน 8,100 บาท
- ขวดแก้วขนาด 20 มล. ใบละ 5 บาท x 600 ใบ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ชามแก้ว ขนาด 26 ซม. ใบละ 89 บาท x 5 ใบ เป็นเงิน 445 บาท
- ฉลากสติ๊กเกอร์กันน้ำ ขนาด ขนาด A3 แผ่นละ 89 บาท x 8 ใบ เป็นเงิน 712 บาท
4 กรกฎาคม 2567 ถึง 4 กรกฎาคม 256712257.00 บาท -
การทำทิงเจอร์ทองพันชั่ง
- ค่าสมุนไพร (ทองพันชั่ง)กิโลกรัมละ 270 บาท x ๒ กิโลกรัม เป็นเงิน 540 บาท
- ขวดดรอปเปอร์ ขนาด 30 ml. ใบละ 30 บาท x 300 ใบ เป็นเงิน 9,000 บาท
- แอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ ลิตรละ 300 บาท x 8 ลิตร เป็นเงิน 2,400 บาท
- ฉลากสติ๊กเกอร์กันน้ำ ขนาด A3 แผ่นละ 89 บาท x 10 ใบ เป็นเงิน 890 บาท
11 กรกฎาคม 2567 ถึง 11 กรกฎาคม 256712830.00 บาท -
การทำสเปรย์ไล่ยุง
- แอลกอฮอล์ 15 ลิตรx 250 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท
- น้ำมันหอมระเหยกลิ่นตะไคร้หอม 5 ขวดx 500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
- การบูร กิโลกรัมละ 250 บาท x 3 กิโลกรัม เป็นเงิน 750 บาท
- ขวดสเปรย์ขนาด 50 มล. 25 บาท x 300 ใบ เป็นเงิน 7,500 บาท
- บีกเกอร์ ขนาด 1 ลิตร 380 บาท x 6 ใบ เป็นเงิน 2,280 บาท
- แท่งแก้วคนสาร ขนาด 30 ซม. 60 x 4 ชิ้น เป็นเงิน 240 บาท
- ฉลากสติ๊กเกอร์กันน้ำ ขนาด A3 แผ่นละ 89 บาท x 12 ใบ เป็นเงิน 1,068 บาท
18 กรกฎาคม 2567 ถึง 18 กรกฎาคม 256718088.00 บาท -
การทำยาหม่อง
- ชุดทำยาหม่องสมุนไพรชุดละ 1,250 บาท x 7 ชุด เป็นเงิน 8,750 บาท
- ขวดแก้วขนาด 20 มล. ใบละ 5 บาท x 300 ใบ เป็นเงิน 1,500 บาท
- ฉลากสติ๊กเกอร์กันน้ำ ขนาด A3 แผ่นละ 89 บาท x 10 ใบ เป็นเงิน 890 บาท
25 กรกฎาคม 2567 ถึง 25 กรกฎาคม 256711140.00 บาท -
รายละเอียดค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง ดังนี้
- ค่าอาหารกลางวันนักเรียนโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา 100 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน รวมเป็น 110 คนๆละ7๐ บาท x 1 วัน เป็นเงิน 7,700 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา 100 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน คนๆละ 2 มื้อๆละ 35 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 7,700 บาท
- ค่าอาหารกลางวันนักเรียนโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี 100 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน รวมเป็น 110 คนๆละ7๐ บาท x 1 วัน เป็นเงิน 7,700 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มนักเรียนโรงเรียนโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี 100 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน คนๆละ 2 มื้อๆละ 35 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 7,700 บาท
- ค่าอาหารกลางวันนักเรียนในสถานสงเคราะห์เด็กจังหวัดปัตตานี 50 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน รวมเป็น 60 คนๆละ 7๐ บาท x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มนักเรียนในสถานสงเคราะห์เด็กจังหวัดปัตตานี 50 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน คนๆละ 2 มื้อๆละ 35 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่ 10 คน คนละ 7๐ บาท x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่ 10 คน คนๆละ 2 มื้อๆละ 35 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าป้ายสแตนดี้โครงการฯขนาด 165 ซม. จำนวน 2 ผืน ๆละ 1,300 บาท เป็นเงิน 2,600 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600 x 6 ชั่วโมง x 4 วัน เป็นเงิน 14,400 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการดำเนินกิจกรรม
4 กรกฎาคม 2567 ถึง 25 กรกฎาคม 256764600.00 บาท
- คนในชุมชนตำบลรูสะมิแลสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ ความเข้าใจเรื่องพืชสมุนไพรจากศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้อง
- ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรในการดูแลสุขภาพ
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถแปรรูปสมุนไพรในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในเบื้องต้นช่วยลดภาวะความเจ็บป่วยต่อตนเองและคนในครอบครัว
- ผู้เข้าร่วมโครงการรู้จักการใช้สมุนไพรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อยา และลดการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลได้
