โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ปี 2568
จากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2567 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ตำบลนาโหนด ประชากรกลุ่มเป้าหมาย อายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,762คน ได้รับการตรวจคัดกรอง จำนวน 1,698 คน คิดเป็นร้อยละ 96.37 พบว่ารวมกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด จำนวน 332 คนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจำนวน 221 คน (ค่าน้ำตาลในเลือด 110 mg% ขึ้นไป) เป็นกลุ่มสงสัยเป็นเบาหวาน จำนวน 12 คน (ค่าน้ำตาลในเลือด 126 mg% ขึ้นไป) ส่วนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิตมากกว่า 140/90 mmHg) จำนวน 111 คน เป็นกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 69 คน(ค่าความดันโลหิตมากกว่า 160/100 mmHg) จากการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลตนเองในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สามารถลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มเสี่ยงที่ขึ้นทะเบียนและรับการรักษาตามระบบ รายใหม่ โรคเบาหวาน จำนวน 4 คน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 10 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโหนด มีผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนโรคเบาหวาน จำนวน 221คน และโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 546 คน รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด จำนวน 204 คน ผู้ป่วยบางส่วนต้องไปรับยาผ่านคลินิกเติมยาจากโรงพยาบาลพัทลุงและจากหน่วยบริการศูนย์สุขภาพชุมชนซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุไม่สะดวกในการไปรับยาโรคเรื้อรัง เป็นเหตุให้ผู้ป่วยบางคนต้องขาดยาไม่ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม ได้แก่ ไตวายเรื้อรังโรคจอประสาทตาเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือด และการสูญเสียอวัยวะ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโหนด จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองโรคเบาหวาน/โรคความดันหิตสูง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง ปี 2568 ขึ้น เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก และเพื่อให้สามารถดูแลตนเองในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และป้องกันการขาดยาต่อไป
-
ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป จำนวน 1,707 คนได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง1537.00
ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป จำนวน1,707 คนได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง อย่างน้อยร้อยละ90
-
ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม70.00
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 70 คนได้รับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 100
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ได้รับการอบรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม80.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ได้รับการอบรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 80 คน ได้รับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 100
-
กลุ่มวัยทำงาน1707
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง80
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพ คัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
1.1 ค้นหากลุ่มเป้าหมาย
1.2 จัดทำแผนการออกปฏิบัติงานและประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินงานในเขตรับผิดชอบผ่านทาง อสม. ผู้นำชุมชน และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ ผ่านช่องทางต่างๆ กลุ่มไลน์ เสียงตามสายประจำหมู่บ้าน
1.3 ออกเจาะเลือดโดยเครื่อง DTX เพื่อวัดค่าน้ำตาลในเลือด และวัดความดันโลหิตในกลุ่มเป้าหมายพร้อมลงบันทึกและประเมินผล
1.4 กลุ่มเป้าหมายที่ระดับน้ำตาล มากกว่าหรือเท่ากับ 100mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งแรก 4 สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 126mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งที่ 2-8สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 126 mg % รวบรวมรายชื่อ เพื่อจัดทำแผน นัดตรวจเลือดซ้ำจากหลอดเลือดดำและส่งพบแพทย์
1.5 ผู้ป่วยที่ระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 120/80 mmHg นัดวัดความดันโลหิตซ้ำห่างจากครั้งแรก 4 สัปดาห์ ถ้าระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 - 180/110 mmHg ติดตาม โดยทำ Home BP7 วัน (วัดความดันโลหิตที่บ้าน)ถ้าระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ180/110 mmHg ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการรักษาจากแพทย์
1.6 แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยให้สุขศึกษารายกลุ่ม
1.7 ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพื่อการดูแลและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
1.8 ติดตามประเมินผลโดยการเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำผู้ป่วยและครอบครัว
1.9 ประเมินผลกิจกรรม
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
- แถบตรวจน้ำตาลในเลือดจำนวน 50 กล่องๆ ละ 800 บาทเป็นเงิน 40,000 บาท
- เข็มเจาะเลือดจำนวน 25 กล่องๆ ละ 500 บาท เป็นเงิน 12,500 บาท
- เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 8 เครื่องๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท20 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568ประชากรกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพค้นหาโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงอย่างน้อย จำนวน 1,537 คน ประชาชนกลุ่มเสียงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้รับปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 70 คน ประชาชนกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 80 คน
72500.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
โดยดำเนินการ ดังนี้
การเตรียมการ
1.สำรวจข้อมูล กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรอง
2.ประสานงานทีมวิทยากร
3. จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
การดำเนินการ
1.จัดอบรม
1.1ลงทะเบียนและเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิตชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกาย แจ้งผลการตรวจเบื้องต้น ตรวจสอบประวัติการรักษา เพื่อใช้เปรียบเทียบประเมินผลหลังการอบรม
1.2 ให้ความรู้เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
1.3 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
1.4 แจ้งแผนการออกติดตาม
งบประมาณที่ใช้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ดำเนินการจำนวน 72 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท1 เมษายน 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25681.ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 100 คน 2.กลุ่มสงสัยป่วย ได้รับการติดตาม เจาะเลือด วัดความดันโลหิต ร้อยละ 100 3.กลุ่มสงสัยป่วยที่มีผลผิดปกติได้รับการรักษาพบแพทย์ ร้อยละ 100
3000.00 บาท -
การอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเรื้อรัง
การอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเรื้อรัง
โดยจัดอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 80 คน (คนที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้และคนที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน)
1.จัดทำทะเบียน ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง (คนที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้และคนที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน)
2.ประสานงานทีมวิทยากร
3.จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
4.ประชุมชี้แจง อสม.เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบของตัวเอง
5.จัดอบรมผู้ป่วยที่รับยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสามารถควบคุมโรคได้ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน
6.ผู้ป่วยได้รับบริการตรวจสุขภาพประจำปีฟังผลการตรวจเลือดการติดตามอาการจากแพทย์
7.ผู้ป่วยที่ควบคุมโรคไม่ได้ เสี่ยงต่อเกิดภาวะแทรกซ้อนได้รับการเลือดเลือด รอบ2พร้อมนัดพบแพทย์
8.ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อติดตามผลการรักษาและปัญหาต่าง ๆ
9.ประเมินผลโครงการปีงบประมาณ 2568 เพื่อค้นหาปัญหาดำเนินการแก้ไขในปีงบประมาณ 2569 ต่อไป
งบประมาณที่ใช้
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 80 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 80 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คน รวมทั้งหมด 4 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าประเป๋าผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 ใบๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท1 เมษายน 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25681.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการอบรม /ตรวจสุขภาพประจำปี และได้พบแพทย์ร้อยละ 100
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 100
3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนร้อยละ 90
14400.00 บาท
1.ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,586 คน 2.ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่เป็นกลุ่มเสี่่ยง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวน จำนวน 100 คน 3.กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนดที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้/เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้รับการอบรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมติดตามผลการตรวจเลือดประจำปี ปีละ 2 ครั้ง พบแพทย์เดือนละ 1 ครั้ง
