จัดบริการคลินิคใกล้บ้าน ลดเสี่ยง ลดโรค
-
นายเอนก กลิ่นรส
-
นางสาวณัฎฐณิชา สมจิตร
-
นางสาวเบญจมาศ เกื้อสุข
-
นางกิตติยา พรหมปาน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน29.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง37.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)12.00
ปัจจุบันปัญหาโรคเรื้อรังกำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญของคนไทยเนื่องจากโรคเรื้อรังที่เมื่อเริ่มเป็นแล้วมักไม่หายขาดจะต้องให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการของโรคไม่ให้ลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายรุนแรงจากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าประชาชนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งโรคเรื้อรังที่พบมากได้แก่โรคหัวใจโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นทุกปีและจากข้อมูลการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลพัทลุงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเพิ่มขึ้นทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นและผู้ป่วยเกิดความท้อแท้เหนื่อยหน่ายหมดกำลังใจจากการศึกษาและวิเคราะห์หาสาเหตุพบว่าสาเหตุที่ผู้ป่วยต้องกลับเข้ามารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยในเป็นประจำเรียงตามลำดับความสำคัญดังนี้1) การเดินทางมารับบริการไม่สะดวกทำให้ผู้ป่วยขาดนัดและการรักษาไม่ต่อเนื่อง2) ผู้ป่วยขาดความรู้มีทัศนะคติและการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องทำให้การดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง3) ผู้ป่วยท้อแท้หมดกำลังใจจากการเจ็บป่วยทำให้ละเลยในการดูแลสุขภาพ4) ญาติครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพน้อยดังนั้นกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงายร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวจึงจัดทำโครงการให้บริการคลินิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคเก๊าต์ในพื้นที่เขตบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวและใกล้เคียงกำหนดเดือนละ1ครั้งตรงกับวันศุกร์แรกของทุกเดือนโดยได้รับความร่วมมือจากพยาบาลเวชปฏิบัติเครือข่ายบริการปฐมภูมิหัวถนนคือโรงพยาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน หัวถนนและทีมสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลพัทลุงให้บริการดูแลผู้ป่วยและกระตุ้นให้ผู้ป่วยญาติชุมชนเห็นความสำคัญและร่วมกันดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน29.0020.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง37.0028.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)12.007.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง487
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้สุขศึกษารายกลุ่มเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ให้สุขศึกษารายกลุ่มเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เดือนละ 1 ครั้ง ในวันศุกร์สัปดาห์ที่ 1 ของทุกเดือน
3 มกราคม 2568 ถึง 4 กรกฎาคม 2568ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับความรู้ ตระหนัก ในการลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง โดยแพทย์ เภสัชกร เป็นผู้ให้ความรู้ กับผู้ป่วยทุกคน
0.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 30 คน โรคความดันโลหิตสูง 130 คน (คัดเลือกเริ่มผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ และควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ จำนวน 80 คน)
ค่าวิทยากร 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 80 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 80 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
13 มีนาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ควบคุมน้ำตาลและความดันโลหิต ไม่ได้ มีความรู้และตระหนักถึงผลของภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรังทุกคน
11600.00 บาท -
3 ติดตามและประเมินผล
ติดตามพฤติกรรมการควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในวันที่มารับบริการคลินิคโรคเรื้อรัง
ประเมินผลการควบคุมน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต ในวันที่มารับบริการคลินิคโรคเรื้อรัง
การชื่่นชม ยกย่อง ให้เป็นแบบอย่างในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถควบคุมน้ำตาล ความดันโลหิตได้ดี
2 พฤษภาคม 2568 ถึง 4 กรกฎาคม 2568ติดตามพฤติกรรมการควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในวันที่มารับบริการคลินิคโรคเรื้อรัง ทุกคน
ประเมินผลการควบคุมน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต ในวันที่มารับบริการคลินิคโรคเรื้อรัง ทุกคน
การชื่่นชม ยกย่อง ให้เป็นแบบอย่างในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถควบคุมน้ำตาล ความดันโลหิตได้ดี ทุกคน
0.00 บาท
กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น 2. กลุ่มผู้ป่วยโรคเบหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40 3. กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 50
