โครงการกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสุขภาพเด็กนักเรียน
-
ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน)43.74
การเคลื่อนไหวทางกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเรียน การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการพัฒนาสมอง และช่วยลดภาวะเครียดจากการเรียน โครงการ กิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสุขภาพเด็กนักเรียน นี้จึงมุ่งเน้นให้เด็กได้มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาทักษะทางกายและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มนักเรียน อีกทั้งยังส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรง ลดปัญหาน้ำหนักเกินและโรคที่เกิดจากการไม่ออกกำลังกาย
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กและวัยรุ่น55.00
ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 60 นาทีต่อวัน)
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเคลื่อนไหวพื้นฐานผ่านการเล่นเกมสนุกสนาน
การเคลื่อนไหวพื้นฐานผ่านการเล่นเกมสนุกสนาน: - จัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบเกม เช่น การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง การวิ่งผ่านเส้นทางที่ออกแบบเป็นพิเศษ หรือการวิ่งแข่งแบบกลุ่ม - ใช้กิจกรรมการเล่นแบบกลุ่มเพื่อส่งเสริมความสามัคคี เช่น การวิ่งส่งไม้ต่อ การแข่งขันบอลข้ามแป้น
- งบประมาณ:
- ค่าวิทยากร/ครูผู้ฝึกสอน: 500 บาท/ครั้ง × 4 ครั้ง = 2,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์สำหรับกิจกรรม (เช่น ลูกบอล, เชือกกระโดด, อุปกรณ์วิ่ง): 2,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม: 30 บาท/คน × 100 คน × 4 ครั้ง = 12,000 บาท
- รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 1: 16,000 บาท
1 กันยายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567- ผลผลิต (Outputs):
- จัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวผ่านเกมสนุกสนาน 4 ครั้ง
- มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100 คนต่อครั้ง
- ผลลัพธ์ (Outcomes):
- เด็กนักเรียนมีความสนุกสนานและมีพัฒนาการทางการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น
- เพิ่มความสามัคคีในกลุ่มนักเรียนผ่านการทำงานเป็นทีม
- เด็กนักเรียนเริ่มมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
16000.00 บาท -
การออกกำลังกายแบบยืดเหยียดและแอโรบิก
การออกกำลังกายแบบยืดเหยียดและแอโรบิก: - จัดการฝึกการออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อส่งเสริมความยืดหยุ่นของร่างกาย - การเต้นแอโรบิกสำหรับเด็กโดยครูผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวอย่างสนุกสนานและเผาผลาญพลังงาน
- งบประมาณ:
- ค่าวิทยากร/ครูสอนแอโรบิก: 500 บาท/ครั้ง × 4 ครั้ง = 2,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกาย (เสื่อ, เครื่องเสียง, อุปกรณ์ประกอบการเต้น): 2,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม: 30 บาท/คน × 100 คน × 4 ครั้ง = 12,000 บาท
- รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 2: 16,000 บาท
1 กันยายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567- ผลผลิต (Outputs):
- จัดการเต้นแอโรบิก 4 ครั้งสำหรับนักเรียนจำนวน 100 คน
- จัดเตรียมอุปกรณ์การออกกำลังกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
- มีวิทยากรนำการออกกำลังกายยืดเหยียดและเต้นแอโรบิก
- ผลลัพธ์ (Outcomes):
- นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
- เด็กมีทักษะในการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บขณะทำกิจกรรม
- นักเรียนมีความสุขและมีทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย
16000.00 บาท -
การวัดและประเมินผลสุขภาพ
การวัดและประเมินผลสุขภาพ: - ตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ - ประเมินผลด้านสุขภาพและความแข็งแรงทางกายเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการออกกำลังกายในอนาคต
- งบประมาณ:
- ค่าอุปกรณ์การวัดสุขภาพ (เครื่องวัด BMI, เครื่องชั่งน้ำหนัก, เครื่องวัดส่วนสูง): 2,000 บาท
- ค่าเอกสารและคู่มือการประเมินสุขภาพ: 2,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประเมินผล: 30 บาท/คน × 100 คน = 3,000 บาท
- รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 3: 7,000 บาท
1 ธันวาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567- ผลผลิต (Outputs):
- จัดทำการวัดและประเมินสุขภาพของนักเรียน 100 คน
- แจกเอกสารและคู่มือการประเมินสุขภาพให้ผู้ปกครองและนักเรียน
- ผลลัพธ์ (Outcomes):
- ได้ข้อมูลสุขภาพของเด็กนักเรียนเพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการจัดกิจกรรมทางกายต่อไป
- นักเรียนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพและการประเมินสุขภาพตนเอง
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
7000.00 บาท
- นักเรียนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจากการทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
- นักเรียนพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการประสานงานร่างกายและการควบคุมกล้ามเนื้อ
- นักเรียนมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อและโรคอ้วน
- นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นผ่านกิจกรรมกลุ่ม
- โรงเรียนและครูสามารถใช้ข้อมูลสุขภาพของเด็กในการปรับปรุงการสอนและการจัดกิจกรรมทางกายเพื่อประโยชน์สูงสุด
