ส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกพืชผักบริโภคที่ปลอดภัยจากสารเคมี
-
นายประถม ประทุมมณี 0872933352
-
นางรัตนดา เพชรบุญวรรณโณ 0869559323
-
นางพรรณี รงหนู 0828257954
-
นายวิมล ทองชนะ 0811379851
-
นายลาภ ย่องยัง0895964289
-
จำนวน(คน)ผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย24.00
-
จำนวนศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรกรปลอดสารเคมีหรืออินทรีย์ เกษตรต้นแบบ2.00
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย24.00
-
เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริโภคมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย24.0015.00
จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง67
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
-สถานการณ์/ปัญหา กำหนดแนวทางการปฏิบัติ และแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบของทีมงาน ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 16 คนๆละ 25 บาทเป็นเงิน 400 บาท
22 เมษายน 2568 ถึง 22 เมษายน 2568มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ มีการแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบของทีมงาน
400.00 บาท -
ส่งเสริมพฤติกรรมการลดปริมาณสารเคมีตกค้างในพืชผัก
กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการ08.30-09.00 ลงทะเบียน 09.00-10.45 น. ประชุมให้ความรู้ส่งเสริมพฤติกรรมลดสารเคมีตกค้างในพืชผัก 10.45-11.00 พัก11.00 - 12.00 สาธิตการล้างผักผลไม้ประเภทต่างๆ12.00 - 13.00พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 - 15.00 การสาธิตวิธีการทำปุ๋ยน้ำและการใช้สารทดแทนสารเคมีการเกษตร 15.00-15.15 พัก 15.15 - 16.00 การทำแบบประเมินความเสี่ยง(แบบสอบสวนโรคหรืออาการสำคัญของพิษจากสารกำจัดศัตรุพืช) และการวิเคราะห์ควาามเสี่ยงเพื่อหาแนวทางแก้ไข - ค่าเอกสารแบบประเมิน/ใบความรู้ จำนวน 67 คนๆละ 5 บาท เป็นเงิน 335 บาท - ค่าตอบแทนการวิเคราะห์แบบประเมิน 67 ชุดๆละ10 บาท เป็นเงิน670 บาท -ค่าไวนิลโครงการ/ให้ความรู้ ขนาด 1x2 ม. จำนวน 2 ชิ้น เป็นเงิน 600 บาท - ค่าวิทยากร 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3000 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าประชุม วิทยากรและผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 70 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3500 บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คนๆละ 65 บาท เป็นเงิน 4550บาท - ค่าวัสดุสาธิตการล้างผัก(ผักชนิดต่างๆ จำนวน 200 บาท ถังน้ำ/กะละมัง 2 ใบ เป็นเงิน 150 บาท ตระแกรง 1 ใบ 50 บาท) รวมเป็นเง 400 บาท -ค่าวัสดุสาธิตทำปุ๋ยน้ำ (เศษผัก ผลไม้ หรือเศษปลา จำนวน 200 บาท น้ำตาลทราย 4 กิโลกรัม เป็นเงิน 140 บาทพด.2,6ถังหมัก 1 ใบ เป็นเงิน 350บาท อีเอ็ม 1 ลิตร เป็นเงิน 120 บาท) รวมเป็นเงิน 810 บาท
15 พฤษภาคม 2568 ถึง 15 พฤษภาคม 2568ประชาชนได้รับความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้สารเคมี เพื่อลดสารเคมีตกค้างในเลือด
13865.00 บาท -
จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนในศูนย์เรียนรู้ชุมชน
ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการพืชผักให้ปลอดภัยจากสารเคมีในศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 2 แห่ง ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าประชุม วิทยากรและผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 70 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3500 บาท
ค่าตอบแทนการศึกษาดูงาน แห่งละ 600 บาท จำนวน 2 แห่งเป็นเงิน1200 บาท19 มิถุนายน 2568 ถึง 19 มิถุนายน 2568ผู้ร่่วมกิจกรรมมีแนวคิดในการจัดการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และการเรียนรู้ความสำเร็จของบุคล/องค์กรต่างๆนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการลดสารเคมีในชีวิตประจำวันได้
4700.00 บาท -
สุ่มตรวจความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างของประชาชนในตลาดสีเขียว
สุ่มตรวจสารเคมีในเลือดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตลาดเขียวและให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถล้างสารพิษได้จำนวน 40 คน - ค่าวัสดุอุปกรณ์การตรวจสารเคมีตกค้างพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุดๆละ 1650 บาท -ค่าเข็มเจาะ 1 กล่องๆละ 750 บาท เป็นเงิน 750 บาท - ค่าตอบแทนการตรวจสารเคมีเป็นเงิน 600 บาท- ค่าอาหารว่างสำหรับทีมงานสุ่มตรวจและให้ความรู้ จำนวน 20 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 500 บาท
21 สิงหาคม 2568 ถึง 21 สิงหาคม 2568ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจหาสารเคมีในเลือด และวิธีการล้างสารพิษ
3500.00 บาท -
ประชุมถอดบทเรียน
ประชุมสรุปถอดบทเรียนร่วมกับทีมงานและสรุปผลการดำเนินงานโครงการในครั้งนี้
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 500 บาท18 กันยายน 2568 ถึง 18 กันยายน 2568รายสรุปผลสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการวางแผนการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยง
500.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจคัดกรอง ได้รับคำแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและส่งรักษาต่ออย่างทันท่วงที 2.ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับที่เสี่ยง มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากสารเคมีมากขึ้น
