-
นางฮากีม๊ะ สะนิ
-
นูรียะห์ เวาะยา
-
ซีตีปาตีเมาะ โต๊ะเด็ง
-
นูรียะห์ กียะ
-
ฮาซาร์ เวาะยา
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน18.70
จากการศึกษาของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่าผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 5 กิจกรรม ได้แก่ 1) ออกกําลังกาย 2) รับประทานผักสดและผลไม้สด 3) ดื่มนํ้าสะอาดวันละ 8 แก้วหรือมากกว่า 4) ไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 5) สูบบุหรี่ มีเพียงร้อยละ 18.7 เท่านั้น ทั้งนี้การออกกําลังกายสมํ่าเสมอเป็นพฤติกรรมที่พบตํ่าที่สุดผู้สูงอายุเจ็บป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 31.7 โรคเบาหวานร้อยละ 13.3 โรคหัวใจร้อยละ 7.0 โรคหลอดเลือดในสมองตีบร้อยละ 1.6 อัมพาต/อัมพฤกษ์ ร้อยละ 2.5 และโรคมะเร็งร้อยละ 0.5ผ้สูงอายุที่มีภาวะทุพพลภาพ (มีข้อจํากัดในการทํากิจวัตรประจําวันด้วยตนเอง) ประมาณร้อยละ15 ของผ้สูงอายุ การออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นในชีวิตประจำวันอยางน้อย150 นาทีต่อสัปดาห์หรือวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจาก นั้นยังทำให้กล้ามเนื้อขาแขนแข็งแรง ทำให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น และลดการหกล้ม
ตำบลตันหยงจึงงา มีผู้สูงอายุ 350 คน คาดว่ามีผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพียง 65 คนชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตันหยงจึงงา จึงได้จัดทำโครงการฯเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกายในผู้สูงอายุขึ้น โดยมีแนวคิดให้ความรู้การออกกำลังกายในภาพรวม จัดให้มีแกนนำอสม. ติดตามกระตุ้นให้ ผู้สูงอายุออกกำลังกาย เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้มีพฤติกรรมต่อเนื่องเป็นนิสัยเกิดความยั่งยืน
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน18.7030.00
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงโครงการและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพส่งเสริมให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และประเมินภาวะสุขภาพเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
1.ประชุมชี้แจงโครงการฯ และรับสมัครอาสาสมัครแกนนำผู้สูงอายุเพื่อทำหน้าที่กระตุ้น/ชักจูงและติดตามผู้สูงอายุให้ออกกำลังด้วยการเดินและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 2.จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ผู้สูงอายุเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยการเดินและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยวิทยากร
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวันจำนวน 20 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าวิทยากรจำนวน 1 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท รวมเป็นเงิน 3,600 บาท
15 มกราคม 2568 ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2568ผู้สูงอายุความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพส่งเสริมให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
3600.00 บาท -
การส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
อาสาสมัครแกนนำผู้สูงอายุนัดหมาย กระตุ้น/ชักจูงและติดตามผู้สูงอายุให้ออกกำลังด้วยการเดินและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ บริเวณย่านที่อยู่อาศัย โดยเริ่มจากความเป็นไปได้ จากสัปดาห์ละ 1-3 วัน วันละ 15-30 นาที เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 5 วันหรือมากกว่า ภายใน 3-4 เดือน และคงต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ในเดือนที่ 5 และ 6 และต่อเนื่องต่อไป - ค่าวิทยากรนำการออกกำลังกาย จำนวน 1 คน วันละ 300 บาท จำนวน 10 วันเป็นเงิน 3,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท - ค่ายางเส้นจำนวน 10 กิโลกรัมๆละ 80 บาท เป็นเงิน800 บาท - ค่าลูกยางบีบบริหารมือจำนวน 20 ลูกๆละ 25 บาท เป็นเงิน500 บาท วมเป็นเงิน 4,300 บาท
3 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้สูงอายุได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อ ส่งเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
4300.00 บาท -
แลกเปลี่ยนประสบการณ์และจัดตั้งกลุ่มออกกำลังกาย
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวันจำนวน 20 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท รวมเป็นเงิน 2,400 บาท
2 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ผู้สูงอายุได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลสุขภาพ
2.จัดตั้งกลุ่มออกกำลังกาย
2400.00 บาท
1.ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข 2.เกิดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมออกกำลังกาย 3.ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย
