โครงการเฝ้าระวังป้องกันโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ชุมชนสวนผัก ประจำปี 2568
-
นางนภษรวงศ์วัฒนากูลประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนสวนผัก
-
นายวรชัย ชัยพิชญากุล รองประธาน
-
นางวิไลรัตน์ ชาญประเสริฐกุลเลขานุการ4. นางสาวกนกวรรณ แซ่เลี่ยน อสม. 5. นายพงค์ศักดิ์ นุคระอานนท์ อสม.
ตามที่ อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนสวนผัก ได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยง ลดโรคความดัน โลหิตสูงและโรคเบาหวาน มาต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี ด้วยตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคมะเร็งและโรคอ้วนลงพุง เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โรคดังกล่าวถือเป็นภัยเงียบเพราะไม่ปรากฏอาการ โดยประชาชนที่เสี่ยงหรือป่วยถ้าไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาจเสียชีวิตเฉียบพลัน หรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้ เช่น ตาบอด ไตวาย โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรังป้องกันได้โดยประชาชนจะต้องดูแลตนเองด้วยการมีพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง ควบคุมน้ำหนักให้ อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และรู้จักควบคุมอารมณ์ความเครียด นอกจากนี้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปยังต้องป้องกันตนเองด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกซึ่งการตรวจสุขภาพถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังดูแลตนเองและการสร้างสุขภาพของประชาชนเพื่อให้ได้รับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง ค้นหาและจัดแบ่งกลุ่มประชาชนออกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2567 พบผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และได้ค้นพบและส่งต่อผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 3 ราย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ PCU ศาลาประชาคม ดังนั้น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนสวนผักตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญของการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในชุมชนอย่างต่อเนื่องโดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุข คณะกรรมการชุมชน หน่วยงานสาธารณสุขเทศบาลเมืองเบตง โรงพยาบาลเบตงPCU ศาลาประชาคมจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังป้องกันโรคโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ชุมชนสวนผัก ประจำปี 2568ขึ้น
-
1. เพื่อให้ประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นและค้นหาผู้ที่สงสัยจะป่วยหรือเป็นโรคได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ80.00
- ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ กรณีสงสัยป่วยได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัย ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและเกิดการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม80.00
ผู้เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80 มีความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อเรื่อรังได้รับการติดตามดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เฝ้าระวังป้องกันโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงชุมชนสวนผัก
อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน / โรคความดันโลหิตสูง / ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคและภาวะแทรกซ้อนของโรค
บรรยาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2 ส. ป้องกันโรค NCD
งบประมาณดังนี้
ค่าวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 150 คนๆละ 75 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 11,250 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คนๆละ 35 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 10,500 บาท
ค่าสื่อประชาสัมพันธ์
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.8 x 2.5 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 1,125 บาท
ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าเครื่องวัดความดัน จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 3,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบการอบรมเป็นเงิน
แฟ้ม สมุด ปากกา เป็นต้น จำนวน 150 คนๆ ละ 40 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
วัสดุอุปกรณ์ใช้ในการตรวจคัดกรองสุขภาพ (สำลี แอลกอฮอล์ ฯ) เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าเช่าสถานที่ เป็นเงิน 2,000 บาท
ค่าเข้ารูปเล่มสรุปผลการดำเนินงาน จำนวน 2 เล่ม เป็นเงิน 300 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 จากการตอบแบบสอบถาม ก่อนและหลังการอบรม
ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
43275.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 จากการตอบแบบสอบถาม ก่อนและหลังการอบรม
- ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
