โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน อำเภอควนขนุน ปี 2568
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน53.30
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย17.12
องค์การอนามัยโลก สำรวจพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน 171 ล้านคน และทำนายว่า อีก 30 ปี จะมีผู้ป่วยเบาหวาน 366 ล้านคน เวลาผ่านไปไม่ถึง 30 ปี กลับพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน 171 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 2.8 ของประชากรทั่วโลก ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน 4 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 8 วินาทีต่อ 1 คน หรืออาจพูดได้ว่าทุกๆ 8 วินาทีจะมีผู้ป่วยเบาหวานตาย 1 คน
สถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้มีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ราว 5 ล้านคน หรือเปรียบเทียบ ได้ว่า 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน และมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ มีถึง 40% ที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ขณะที่ผู้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษามีเพียง 54.1% หรือเพียง 2.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คน ที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในเมืองไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน ที่น่าเป็นห่วงมากสำหรับ ประเทศไทย คือ ความชุกของเบาหวานที่เกิดจากปัญหาโรคอ้วนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเด็กวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้เป็นคนวัยทำงานและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2560–2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 30,19024,69923,331 22,52 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ จากสถิติการเกิดโรคเบาหวานของประชากรกลุ่มอายุ 3๕ ปีขึ้นไป รพ.สต.ปันแตตำบลปันแตอำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุงปี ๒๕67คัดกรองโรคเบาหวานกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 2,303 คนดำเนินการคัดกรอง จำนวน 2,211 คน คิดเป็นร้อยละ 96.01 พบปกติ จำนวน 1,722 คน คิดเป็นร้อยละ 77.88 พบว่า กลุ่มแฝง/เสี่ยง จำนวน 444 คน คิดเป็น ร้อยละ 20.08และกลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 2.03 และพบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในปี 2562-2567จำนวน 71.09,325.04,356.97, 567.26,507.10,392.86 อัตราต่อแสน
ซึ่งจากการดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานในแต่ละปีพบผู้ป่วยรายใหม่ทุกปีการที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้ประชาชนสุขภาพชีวิตที่ดีและไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วยดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้ประชาชนสุขภาพชีวิตที่ดีและไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วย แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเมื่อเกิดเป็นโรคแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดี การป้องกันและควบคุมโรคซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลครอบครัวและชุมชน
-
เพื่อคัดกรองสุขภาพและค้นหาผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่95.00
- ประชาชนอายุ35 ปี ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานมากกว่าร้อยละ 90
-
เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง (3อ 2ส + อ้วน/น้ำหนักเกิน) ในประชากร/ชุมชน30.00
กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3 อ 2ส
ลดกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ลดอัตราป่วยเบาหวานรายใหม่
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานมีความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วย 3อ 2ส30.00
กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานมีความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วย 3อ 2ส
-
เพื่อลดอัตราป่วยรายใหม่ในผู้ป่วยเบาหวาน80.00
ลดอัตราป่วยรายใหม่ในผู้ป่วยเบาหวาน
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน (ตา ไต เท้า ซึมเศร้า) และลดความพิการในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน80.00
ลดภาวะแทรกซ้อน (ตา ไต เท้า ซึมเศร้า) และลดความพิการในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน
-
เพื่อลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน20.00
ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง374
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง2305
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมอสม.ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลโรค NCDs (ในวันประชุมประจำเดือน อสม.)
อบรมให้ความรู้ อสม. ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลโรค NCDsในวันประชุมประจำเเดือน ประชุมพัฒนาศักยภาพ อสม. 1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้จัด จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 66 คน จำนวน 132 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ 25 บาทเป็นเงิน 3,300บาท 2. ค่าสมมนาคุณวิทยากรจำนวน1 คน x6 ชั่วโมง x 300 บาทเป็นจำนวนเงิน1,800 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผลผลิต - อสม.หมอคนที่ 1ตำบลปันแตได้รับการอบรมพัฒนาเป็นแกนนำอสม. ต่อสู้โรค NCD แกนนำ อสม. ต่อสู้โรค NCD สามารถแบ่งประเภทและให้คำแนะนำกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานการดูแล ได้แก่ - กลุ่มควบคุมได้ เยี่ยมบ้านและ ติดติดตามทุก3-6 เดือน - กลุ่มควบคุมไม่ได้ เยี่ยมบ้านและติดตามประเมินผลทุก 1 เดือน ผลลัพธ์ - ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ - ลดภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
5100.00 บาท -
คัดกรองโรคเบาหวานในประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
คัดกรองโรคเบาหวานในประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อายุ 35 ปีขึ้นไป ในพื้นที่หมู่ที่ 1-13 ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
1.ค่าแถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมเข็มเจาะ จำนวน 30 กล่อง ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 30,000 บาท
2.ค่าถ่ายเอกสารแบบคัดกรองความเสี่ยงต่อภาวะโรคกลุ่ม Metabotic จำนวน 2,500 แผ่น x 0.50 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
- หนังสือเชิญเข้าร่วมคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 2,500 แผ่น x 0.50 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผลผลิต
- ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานมากกว่าร้อยละ 92
ผลลัพธ์
กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3 อ 2ส
ลดกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ลดอัตราป่วยเบาหวานรายใหม่
32500.00 บาท -
สร้างความรอบรู้ กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วย เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส - กิจกรรมอบรมให้ความรู้เสี่ยงกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน - ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและ ผู้จัด จำนวน 63 คน x 1 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน 1,575 บาท
1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผลผลิต
-กลุ่มสงสัยป่วยเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความรอบรู้ ร้อยละ 90
- กลุ่มสงสัยป่วยมีความรอบรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90
ผลลัพธ์
ลดกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ลดอัตราป่วยเบาหวานรายใหม่
1575.00 บาท -
กิจกรรมพัฒนาทักษะความรอบรู้โรคเบาหวานและการดูแลตัวเองแก่ผู้ป่วยและญาติ
อบรมให้ความรู้ผู้ป่วยเบาหวานและญาติเกี่ยวกับโรคเบาหวาน การดูแลตนเอง การใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
สื่อสารความเสี่ยงภาวะอันตราย เช่น ภาวะ Hypo – Hyperglycemia
คืนข้อมูลภาวะสุขภาพโดยใช้เกณฑ์การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแก่ผู้ป่วยและญาติ
กิจกรรมติดตามเฝ้าระวังเชิงรุกกรณีผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยการเยี่ยมบ้าน
1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผู้ผลิต
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและญาติเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความรอบรู้ร้อยละ 90
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและญาติมีความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวาน ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและสามารถดูแลตนเองได้
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์
ผลลัพธ์
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง
ลดภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อน
0.00 บาท
- ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่
- ลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ลดอัตราการตายด้วยโรคเบาหวาน
