โครงการตรวจคัดกรองโรคไม่ติดเรื้อรังประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ปีงบประมาณ 2568
-
นางสาววิลัย หมีนโส๊ะตำแน่งประธาน
-
นางสาวนูรี หลีโก๊ะตำแหน่งกรรมการ
-
นางสาวธบิดาโต๊ะเส็นตำแหน่งกรรมการ
-
นางกีรอม๊ะอนันทบริพงค์ตำแหน่งกรรมการ
-
นางกีรอม๊ะบูบาสอกรรมการตำแหน่ง
ปัจจุบันพฤติกรรมของแต่บุคคลมีความเร่งรีบเพื่อทำงานแข่งกับเวลา ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับภาวะสุขภาพมาก การกินอาหารที่เร่งรีบ การพักผ่อนน้อยรวมทั้งมีอาการเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ได้แก่ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีญาติสายตรงคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง คนใดคนหนึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานเป็นโรคอ้วน ไม่ออกกำลังกาย มีประวัติเคยตรวจพบระดับน้ำตาล ในเลือดสูงผิดปกติ หรือเคยตรวจพบความทนต่อน้ำตาลบกพร่อง แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เป็นเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ทุก ๆ คนต้องมีความดันโลหิตเพราะจะเป็นตัวที่พาเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ดังนั้นทุกคนจะ ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับความดันโลหิตและรักษามันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพราะหากความดันโลหิตสูงไปจะทำให้เกิดโรคตามมา อีกมากมายเมื่อหัวใจบีบตัวหัวใจจะบีบเลือดไปยังหลอดเลือดแดงทำให้เกิดความดันโลหิตซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ และแรงต้านทานของหลอดเลือดหัวใจคนเราเต้น 60 - 80 ครั้งความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัวความดันโลหิตของคนเราไม่เท่ากันตลอดเวลาขั้นกับท่าความเครียดการออกกำลังกายการนอนหลับ แต่ไม่ควรเกิน140/90มิลลิเมตรปรอทหากสูงกว่านี้แสดงว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัย เสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจโรคไตโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคหัวใจเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง ดังนั้นการป้องกัน ความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันอัตราการตาย จากโรคหัวใจและโรคอัมพาตโรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตของทุกคนเนื่องจากไม่มีอาการเตือน ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ชมรม อสม.หมู่ที่ 5 เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสุขภาพประชากรกลุ่มเสี่ยงคือ 15 ปีขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอและต้องมีการให้คำแนะนำที่ถูกต้องตลอดจนมีการดูแลผู้ป่วยที่พบแล้วเพื่อให้มีการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ปีงบประมาณ 2568 เพื่อค้นหา เฝ้าระวัง และกระตุ้นให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้อย่างถูกต้องต่อไป
-
ร้อยละการคัดกรองเบาหวานความดัน85.00
ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกิดความตระหนักในการดูแลตนเองป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง50.00
ประชาชนมีความรู้เกิดความตระหนักในการดูแลตนเองป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-
เพื่อลดการเกิดโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง50.00
ลดการเกิดโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ เพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินโครงการ
1.ประชุมชี้แจงแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ เพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินโครงการ
29 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ได้รูปแบบการดำเนินโครงการ
0.00 บาท -
การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
เครื่องวัดความดันโลหิต 2 เครื่อง ๆ ละ 2,100 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 1,900 บาท เป็นเงิน 3,800 บาท
เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 490 บาท เป็นเงิน 980 บาท
28 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนในชุมชนได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
8490.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในประชาชนกลุ่มเสี่ยง
1.ค่าป้ายโครงการขนาด 1.2 X 2.4 เมตรเป็นเงิน 432 บาท
2.ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับให้ความรู้ จำนวน 50 แผ่น ๆ ละ 2 บาท เป็นเงิน 100บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 40 คน จนท.และอสม. 10 คน จำนวน 50 ชุด ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
1 สิงหาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
2032.00 บาท -
ติดตามตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำ
1.ติดตามตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำ 1 เดือน ,3 เดือน ,6 เดือน
11 สิงหาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนได้รับการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำ 1 เดือน ,3 เดือน ,6 เดือน
0.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.เพื่อตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
2.เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกิดความตระหนักในการดูแลตนเองป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
3.เพื่อลดการเกิดโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
