โครงการสูงวัย สมองดี ห่างไกลหกล้ม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568
ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ เมื่อมีอายุมากขึ้นย่อมมีความเสื่อมของร่างกายในทุกระบบทั้งความเสื่อมของโครงสร้างและการทำหน้าที่ เป็นวัยแห่งการเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเตรียมรับมือกับรูปแบบการทำกิจกรรม การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทั้งการทำงานสู่วัยเกษียณ การทำกิจกรรมทางสังคมกับเพื่อนสู่การอยู่บ้าน หรือการเลี้ยงหลาน การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือเพื่อเผชิญกับปัญหาสุขภาพนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านการรู้คิด (cognitive function) เนื่องจากการทำงานของสมองมีผลต่อการออกแบบการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต การแก้ไขปัญหา และการรับรู้ความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต หากเกิดปัญหาความจำเสื่อม สมองเสื่อมหรือเกิดภาวะหกล้ม จะมีผลต่อทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาด้านสังคม เมื่อผู้สูงอายุสมองเสื่อมหรือหกล้มแล้วจะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานทั้งผู้ป่วยและครอบครัว เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ และครอบครัว ตลอดจนผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เช่น ค่ารักษาพยาบาลขณะอยู่ในโรงพยาบาล การสูญเสียความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง การสูญเสียเวลาในการทำงานของญาติ ความต้องการการดูแลในระยะยาวเมื่อเกิดความพิการ และเป็นการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
หลักฐานทางวิชาการระบุว่าวิธีลดความเสี่ยงของการหกล้มที่สามารถทำเองได้ ค่าใช้จ่ายน้อย และได้ผลมากที่สุด คือการออกกำลังกาย เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทรงตัวและการเดิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหกล้มในผู้สูงอายุ ตลอดจนการได้รับการแก้ไขปัญหาทางสมองก็ช่วยลดความเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุได้เช่นกัน แม้ว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทุกคนจะไม่ล้ม แต่มีหลายอาการที่อาจทำให้ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมีความเสี่ยงที่จะล้มเพิ่มขึ้น
จากปัญหาดังกล่าว ทางชมรมมุสลิมคนรักษ์สุขภาพตำบลกะรุบี ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี จึงเล็งเห็นความสำคัญและได้จัดทำโครงการสูงวัย สมองดี ห่างไกลหกล้ม ประจำปีงบประมาณ 2568เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีสุขภาพดีในผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้ม เพื่อป้องกันการพลัดหกล้มและบาดเจ็บรุนแรงในผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้ม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถจัดการออกกำลังกาย จัดอาหาร และสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุเสี่ยงล้ม และเพื่อป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีสุขภาพดีในผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้ม2.00
1.ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มผ่านการประเมิน TUG ดีขึ้น
ร้อยละ 80
2.ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มสูงทำกิจกรรมได้มากกว่าเดิม
ร้อยละ 80
-
เพื่อป้องกันการพลัดหกล้มและบาดเจ็บรุนแรงในผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้ม2.00
1.ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มผ่านการประเมิน TUG ดีขึ้น
ร้อยละ 80
2.ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มสูงทำกิจกรรมได้มากกว่าเดิม
ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถจัดการออกกำลังกาย จัดอาหาร และสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุเสี่ยงล้ม2.00
ผู้ดูแลผ่านแบบประเมินหลังอบรม ร้อยละ 80
-
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ2.00
ผู้สูงอายุผ่านการประเมิน MMSE-Thai 2022 ได้
ร้อยละ 90
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้ม
- ค่าอาหารกลางวัน 60 คนๆละ 60 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน3,600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คนๆละ 25 บาท 2 มื้อเป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ชม. ๆ ละ600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- คู่มือยากันล้ม 30 เล่มๆละ 40 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าไวนิล ขนาด 1 เมตร 2 เมตร 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
11900.00 บาท -
ปฏิบัติออกกำลังกายในชุมชน1 มกราคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568
ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
0.00 บาท -
อบรมฝึกฝนสมอง
- ค่าอาหารกลางวัน 26 คนๆละ 60 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 1,560 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 26 คนๆละ 25 บาท 2 มื้อเป็นเงิน 1,300 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ชม.ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
6460.00 บาท
