สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิคสูง8.92
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ปัจจัยที่ทำให้เกิด NCDs ในประเทศไทยได้แก่พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่พึงประสงค์ โดยพบว่า อัตราการบริโภคโซเดียม และน้ำตาลของประชากรไทยสูงเป็น 2 เท่า และ 4 เท่าของปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคต่อวัน นอกจากนั้น การสูบบุหรี่ยังคงเป็น สาเหตุการเสียชีวิต และเจ็บป่วยอันดับต้น ๆ ของคนไทยด้วย จากการสำรวจปัญหาสุขภาพของประชาชนชุมชนบ้านไบก์ ในปี 2567 ที่ผ่านมา ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 80 คน และโรคเบาหวาน จำนวน 30 คน อีกทั้งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น การเสริมสร้างให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพร่วมกับการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพในชุมชน สามารถป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้โดยการมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายความเครียดการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเอง เป็นต้น
ทางชมรม อสม. หมู่ 5 บ้านไบก์ได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อลดอัตราการป่วยและช่วยป้องกันโรคให้ประชาชนในพื้นที่ ให้มีสุขภาพที่ดี มีความรู้ในการดูแลตนเอง ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน -
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน3.34
-
ประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพทุกเดือน8.940.00
ร้อยละ 80 ของ ประชาชนอายุ 15 ขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพ
-
ประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไป ได้รับความรู้เรื่องการควบคุม พัฒนาพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม และการปรับสมดุลร่างกายด้วยท่ามณีเวช 5 ท่า3.340.00
ร้อยละ 80 ของประชาชน อายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับความรู้การควบคุม พัฒนาพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม และการปรับสมดุลร่างกายด้วยท่ามณีเวช 5 ท่า
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง45
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง896
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมติดตามตรวจสุขภาพประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ทุกเดือน
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดดิจิตอล จำนวน 2 เครื่อง x 2,500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง x 1,200 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว จำนวน 1 เครื่อง x 1,500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ถ่านกระดุม จำนวน 26 ก้อน x 50 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
วงล้อคัดกรองความเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ขนาด 28 ซม จำนวน 1 ชิ้น x 1,000 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 สิงหาคม 2568ร้อยละ 80 ของ ประชาชนอายุ 15 ขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพ
10000.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความดันโลหิตสูง เบาหวาน และอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 75 บาท จำนวน 45 คน เป็นเงิน 3,375 บาท
2.ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน 45 คน เป็นเงิน 3,150 บาท
3.ค่าวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 1 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 สิงหาคม 2568ร้อยละ 80 ของประชาชน อายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับความรู้การควบคุม พัฒนาพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม และการปรับสมดุลร่างกายด้วยท่ามณีเวช 5 ท่า
9525.00 บาท -
กิจกรรมออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
-
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 สิงหาคม 2568ร้อยละ 80 ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
0.00 บาท
1.ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และวิธีการดูแลสุขภาพ อาหาร การป้องกันโรคต่างๆ 2.ประชาชนมีความตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคมากขึ้น 3.ประชาชนสามารถถ่ายทอดความรู้สู่บุคคลในครอบครัวได้ 4.ประชาชนได้รับการตรวจสุขภาพทุกเดือน
