โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข ห่างไกล NCDs ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ อาจส่งผลให้โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ปลายประสาท และเท้า ได้ อีกทั้งยังเกิดภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังอันนำไปสู่ ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติ ได้
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง กว่า 5 ล้านราย โดยมีผู้ป่วยเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการรักษา และในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา มีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายของการรักษา สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด HbA1c และความดันโลหิตสูงให้ลดลงได้
ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่อำเภอ / ตำบลกะรุบี ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดัน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากเป็นอันดับ 1 ของสถิติผู้ป่วยนอก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและความดันจะเพิ่มมากขึ้น ในปี 2566 พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 198 ราย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 584 ราย และปี 2567 พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 197 ราย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 609 ราย ดังนั้น ชมรมอาสมัครสาธารณสุข ตำบลกะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ตระหนักถึงความสำคัญ ของปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล กับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงแต่ละบุคคล คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้
-
อาสาสมัครสาธารณสุข มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง2.00
อาสาสมัครสาธารณสุข ผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
(ผ่านการอบรม ร้อยละ 100 )
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ อาสาสมัครสาธารณสุข
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คนๆ ละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 4,200บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คนๆละ 50 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาทเป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุ เครื่องเขียนและอุปกรณ์ 1. ปากกา จำนวน 70 ด้าม ด้ามละ 10 บาท เป็นเงิน 700 บาท 2. สมุด จำนวน 70 เล่ม เล่มละ 10 บาท เป็นเงิน 700 บาท 3. แฟ้มใส ใส่เอกสาร จำนวน 70 แผ่น แผ่นละ 10 บาทเป็นเงิน 700 บาท 4. ค่าวัสดุจัดทำประกาศนียบัตร จำนวน 70 แผ่น แผ่นละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท - ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1x2 เมตรเป็นเงิน500บาท
1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
15650.00 บาท
