โครงการ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและมุสลีมะฮ์อัลกุรอานบานา
ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยสัดส่วนจำนวนประชากรในวัยทำงานและวัยเด็กลดลง ในขณะที่ประชากรที่อยู่ ในวัยสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้คนไทยมีอายุยืนยาว แต่ยังขาดความรู้และทักษะในการป้องกันและดูแลสุขภาพตนเอง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในระดับชาติและในระดับโลก ในระดับชุมชนและครอบครัว เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีผลทำให้โครงสร้างครอบครัวเปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ครัวเรือนมีขนาดเล็กลง บางครอบครัวพ่อหรือแม่อยู่ตามลำพัง และยังต้องทำงานเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย การถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญา ความคิดและทัศนคติที่ดีจากครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายคน หรือเรียนรู้ ภูมิปัญญา จากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ทำให้ความเชื่อมโยงความรู้ ภูมิปัญญาจากรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งในครอบครัวน้อยลง หรือขาดหายไป เกิดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างวัย ผู้สูงอายุมีความกังวลที่จะต้องเผชิญกับช่วงวัยการเปลี่ยนผ่านของชีวิตที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต หรือต้องมีการปรับระบบวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านการเรียนรู้ สติปัญญา และสถานภาพทางสังคม สิ่งเหล่านี้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
การดูแลจัดการเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุจากหน่วยงานรัฐที่ผ่านมา ผู้สูงอายุ สังคม ชุมชนคาดหวังให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการ ซึ่งรัฐก็มีนโยบายและมาตรการในการสงเคราะห์ผู้สูงอายุในด้านต่างๆ เช่น ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่ม/ชมรม เบี้ยยังชีพรายเดือน และสวัสดิการอื่นๆ แต่ผู้สูงอายุยังขาดความรู้และทักษะในการดูแลเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้สามารถพึ่งพาตนเอง ประกอบกับระบบครอบครัว เครือญาติ และเพื่อนบ้านในชุมชนขาดปัจจัยหลักใน 3 ประการ คือ 1) การให้ความสำคัญของบทบาทผู้สูงอายุและการตระหนักถึงบทบาทครอบครัวและชุมชนต่อการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องปรับวิธีคิด ปรับจิตใจ และปรับเวลาให้พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดและมากขึ้น 2) การขาดความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ให้มีสุขภาวะกาย ใจ สังคมและปัญญาที่เข้มแข็ง สามารถปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับการอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข 3) การตระหนักว่าผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีคุณค่าและผ่านประสบการณ์มามากมาย ทำอย่างไรครอบครัวและชุมชนจะนำสิ่งที่ผู้สูงอายุมีถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความภาคภูมิใจที่สามารถทำประโยชน์ให้กับลูกหลานมากกว่า รู้สึกว่าเป็นภาระที่ลูกหลานต้องเลี้ยงดู (วาทินี บุญชะลักษีและยุพิน วรสิริอมร,2539)
ผู้สูงอายุร่วมกับกลุ่มมุสลีมะฮ์อัลกุรอานบานา จึงยึดหลักอัลกุรอานตามวิถีอิสลามนำมาเป็นกลวิธีที่สําคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพ โดยอาศัยกระบวนการอัลกุรอานคือ การเรียนรู้ การฝึกทักษะการอ่าน และการแปลความหมายอัลกุรอาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและป้องกันโรคซึมเศร้า สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อนำไปปฏิบัติและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งจะทำให้สุขภาวะกาย ใจ สังคมและปัญญาดีขึ้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ได้รับความรู้ ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในเดือนรอมฎอน และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม0.00
ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ที่เข้าร่วม
โครงการมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในเดือน
รอมฎอน นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและมุสลีมะฮ์มีสุขภาพจิตที่ดี0.00
ร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน7
-
กลุ่มผู้สูงอายุ23
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจง วางแผนการดำเนินงาน ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ ร่วมกับทีมแกนนำหมู่บ้าน ม.3 และคณะกรรมการกลุ่มมุสลีมะฮ์ฯ
1.1 ประชุมชี้แจง วางแผนการดำเนินงาน ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ ร่วมกับทีมแกนนำหมู่บ้าน ม.3 และคณะกรรมการกลุ่มมุสลีมะฮ์อัลกุรอานบานา ตำบลบานา1 ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 40 คน x 35 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 2,100.-บาท
19 มีนาคม 2568 ถึง 19 มีนาคม 25681400.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์โครงการโดยผ่านแกนนำหมู่บ้าน อสม. หอกระจายข่าวในมัสยิด
2.1 ประชาสัมพันธ์โครงการ โดยผ่านแกนนำหมู่บ้าน อสม. หอกระจายข่าวในมัสยิดชุมชน
- ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1 x 4 เมตร ราคา 1,000 บาท
19 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681000.00 บาท -
ให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ในเดือนรอมฎอน
3.1 การให้ความรู้ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในเดือนรอมฎอน ได้รับความอนุเคราะห์ วิทยากรจากจนท.สาธารณสุข รพ.สต.บานา และคณะพยาบาลศาสตร์ มอ.ปัตตานี
3.2 การเรียนรู้ฝึกทักษะการอ่านอัลกุรอานตามหลักตัจวีดพื้นฐาน โดยการอ่านเวียนต่อกัน(แบบฮาลาเกาะห์) มีวิทยากรผู้สอน
3.3 การให้ความรู้จากการแปลความหมายอัลกุรอานมีวิทยากรผู้สอน
3.4ดำเนินกิจกรรมสัปดาห์ละ 6 วัน ยกเว้นวันอังคาร
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 คน x 35 บาท x 8 มื้อ เป็นเงิน 8,400บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรผู้สอนการอ่านกุรอาน 1 คน x 300 บาท x 2 ชม.x 8 ครั้ง เป็นเงิน 4,800 บาท
20 มีนาคม 2568 ถึง 28 มีนาคม 256813200.00 บาท -
การให้ความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพกายและจิตควบคู่กับกระบวนการเรียนรู้อัลกุรอานอย่างต่อเนื่อง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 คน x 35 บาท x 24 มื้อ เป็นเงิน 25,200บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรผู้สอนการอ่านกุรอาน 1 คน x 300 บาท x 2 ชม.x 24 ครั้ง เป็นเงิน 14,400บาท
5 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 256839600.00 บาท
1.ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ ที่เข้าร่วมโครงการได้รับและมีความรู้เพื่อดูแลสุขภาพในเดือนรอมฎอนสามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2.ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ทักษะ สามารถอ่านอัลกุอานตามหลักตัจวีดพื้นฐานได้ และนำไปปฏิบัติในการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
3.ผู้สูงอายุและกลุ่มมุสลีมะฮ์ ที่เข้าร่วมโครงการมีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุง พัฒนาตนเองในการดำเนินชีวิตประจำวันให้ถูกต้องและเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลาม
4.ผู้สูงอายุและครอบครัว และกลุ่มมุสลีมะฮ์ที่เข้าร่วมโครงการมีความสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกัน สามารถดูแล สุขภาพให้มีสุขภาพกาย ใจที่ดีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
