โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน บุหรี่ไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ 2568
-
จำนวนผู้สูบยาสูบในกลุ่มเด็ก เยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีในพื้นที่30.00
-
จำนวนเด็ก เยาวชนที่เสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ (คน)30.00
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็นเหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” วิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าไทย ระบาดเพิ่ม 10 เท่าใน 1 ปี เปิดเผยในวงสัมมนา ‘บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบล่าเยาวชน’ ซึ่งการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.14 % คิดเป็นจำนวน 78,742 คน ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน และการสำรวจสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ปี 2565 พบอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า1.21%คิดเป็นจำนวน 709,677 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปีจำนวน 269,553 คน ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ กุมารแพทย์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวถึงวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ระบาดเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 10 เท่า ใน 1 ปีในเวทีเสวนา ‘บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบล่าเยาวชน’ ของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทย น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งเพราะอยู่ในช่วงระบาดขาขึ้น ที่จำเป็นต้องประสานความร่วมมืออย่างเป็นระบบและเข้มข้นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคีเครือข่าย ซึ่งสิ่งที่สำคัญต้อง ‘คงกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า’เพราะหากคิดว่าคุมไม่ได้ก็ยกเลิกกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าไปเลย ไทยจะยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่านี้ เหมือนแคนาดาและนิวซีแลนด์ที่เมื่อยกเลิกกฎหมายแล้ว อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนพุ่งขึ้น 2-5 เท่าใน 3 ปี ดังนั้นสิ่งที่ไทยจะต้องทำเร่งด่วนนอกเหนือจากห้ามนำเข้า คือ ‘เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด ในการจับ ปรับ อย่างจริงจัง ห้ามโฆษณาและห้ามขายโดยเฉพาะในสื่อออนไลน์’ เหมือนกับที่สิงคโปร์และฮ่องกงดำเนินการ คาดการณ์ว่าอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยจะไม่เพิ่มขึ้นและจะค่อยๆ ลดลง 1.7% ใน 3 ปี จากการสังเกตและติดตามประเมินภายในโรงเรียนพบว่า เด็กอายุ11-15 ปี บางกลุ่มมีพฤติกรรม เปลี่ยนไปอย่างผิดปกติเช่นติดเกมส์มาโรงเรียนพูดถึงแต่เกมส์ที่เล่นด้วยกันในค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่สนใจเรียน ก้าวร้าวและหลับในห้องเรียน บางคนมีการขอ (ขู่) เอาเงินจากเพื่อนๆและรุ่นน้องในโรงเรียนและ/หรือที่เล่นเกมส์ด้วยกัน และมีการโพสต์ในเฟสบุ๊คกลุ่ม (ปิด) ซักชวนให้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้า โดยเป็นตัวแทนขายตรงพร้อมกับชักชวนเพื่อนๆและรุ่นน้องให้ลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นต้นเด็กที่มีฐานะค่อนข้างดีกลุ่มนี้จะมีทั้งเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียนมีนัดที่จะไปพบกันทั้งในสนามกีฬา และสถานที่ใกล้ร้านจำหน่ายโดยผู้ปกครอง หรือ ครู ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ตลอดจนไม่รู้ถึงสาเหตุพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของบุตรหลานของตน เช่น ขอเงินมากกว่าปกติโดยอ้างเหตุซื้ออุปกรณ์การเรียน ฯลฯซึ่งที่พบมีมากในกลุ่มของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และที่น่าเป็นห่วงก็พบในระดับชั้น ป.5 - ป.6 และที่เพิ่งตรวจพบคือชั้น ป.4 ทางงานสาธารณสุข สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลผดุงมาตรได้เห็นถึงความสำคัญของภัยร้ายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อกลุ่มเด็ก เยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นวัยอยากรู้อยากลอง งานสาธารณสุข สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลผดุงมาตร จึงได้จัดโครงการ “โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน บุหรี่ไฟฟ้า ประจำปี 2568” เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ รู้เท่าทันเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยอันตรายจากการสูบของบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นแกนนำในการช่วยเพื่อนมิให้ตกเป็นเหยื่อของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
-
เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และ ตระหนักถึง โทษของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า30.0025.00
เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรม ร้อยละ 80% มีความรู้ รู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
-
เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีความตระหนักถึงอันตรายของพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า30.0025.00
เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรม ร้อยละ 80% สามารถถ่ายทอดความรู้ขยายผลไปยังผู้ใกล้ชิดใน ครอบครัว เพื่อนบ้านและชุมชนได้
-
เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีทักษะในการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่ไฟฟ้า30.0025.00
เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรม ร้อยละ 80% มีทักษะในการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของการสูบบุหรี่ประเภทต่างๆ
1.เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลผดุงมาตร 2.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทราบและวางแผนการดำเนินงาน 4.ดำเนินกิจกรรม - บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของการสูบบุหรี่ประเภทต่างๆ 5.สรุปผลการดำเนินโครงการและประเมินผลโครงการ งบประมาณ 1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท 2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 35 กล่องๆละ 50 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท 3.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 35 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 875 บาท 4.ค่าป้าย 1 x 3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 750.00 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25685775.00 บาท -
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสูบบุหรี่
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสูบบุหรี่ โดยเเบ่งกลุ่ม จำนวน 6 กลุ่มๆละ 5 คน ดังนี้ งบประมาณ 1.กระเป๋าใสเอกสาร ขนาด 9 นิ้ว จำนวน 30 ใบๆละ 15 บาท เป็นเงิน 450.00 บาท 2.สมุดจดบันทึก จำนวน 30 เล่มๆละ 10 บาท เป็นเงิน 300 บาท 3.ปากกาลูกลื่น จำนวน 30 ด้ามๆละ 5 บาท เป็นเงิน 150.00 บาท 4.กระดาษบรู๊ฟ (proof)จำนวน 6 เเผ่นๆละ 15 บาท เป็นเงิน 90 บาท 5.ปากกาเคมี (สีแดง,สีน้ำเงิน,) จำนวน 12 แท่งๆละ 15 บาท เป็นเงิน 180 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25681170.00 บาท
ค่าใช้จ่ายสามารถถั่วเฉลี่ยได้
1.ได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และ ตระหนักถึง โทษของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2.ทำให้เกิดความตระหนักถึงอันตรายของพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า 3.ทำให้เกิดทักษะในการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่ไฟฟ้า
