โครงการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก เขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ ประจำปี 2568
โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อ มีปัจจัยองค์ประกอบของการเกิดโรค ประกอบด้วย บุคคล เชื้อโรค พาหนะนำโรค และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ จะต้องควบคุมปัจจัยดังกล่าว ไม่ให้เอื้อต่อการเกิดโรค คือบุคคล ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เชื้อโรคต้องไม่มีหรือมีจำนวนน้อย พาหนะนำโรคไม่มีหรือมีน้อยและที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อม ต้องถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของบุคคลต้องสะอาดถูกสุขลักษณะจึงจะทำให้ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค และการปรับปรุงควบคุมหรือรักษาสภาพแวดล้อม ให้สะอาดถูกสุขลักษณะเป็นสิ่งที่ประชาชนในทุกหมู่บ้านและทุกชุมชนทำได้ปฏิบัติได้ในวิถีชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลแต่ละหลังคาเรือน ซึ่งหมู่บ้านใดชุมชนใดมีการปรับปรุงรักษาความสะอาดของที่พักอาศัยให้ได้มาตรฐานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นการป้องกันโรคติดต่อต่างๆในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนนั้นๆมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคติดต่อจะได้ผลจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน ทุกหลังคาเรือน ทุกภาคส่วนจึงจะได้ผลอย่างยั่งยืน สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ปี 2565 ในเขตพื้นที่อำเภอจะแนะพบว่า มีอัตราป่วยเป็นอันดับ 7 ของจังหวัดนราธิวาส อัตราป่วยเท่ากับ 28.88 ต่อประชากรแสนคน ตำบลที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือตำบลจะแนะตำบลดุซงญอตำบลผดุงมาตร และตำบลช้างเผือกตามลำดับ (30.75, 31.64, 32.45และ 29.63 ต่อแสนประชากร)โรคไข้เลือดออกพื้นที่ตำบลดุซงญอ พบว่า ปี 2565 อัตราป่วย 88.89 ปี 2566 อัตราป่วย 400.00 และปี 2567 อัตราป่วย 29.63 ต่อแสนประชากร
ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม และการกำจัดยุงลายโดยการใช้สารเคมีที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคไข้เลือดออก ยังมีความจำเป็นและเหมาะกับพื้นที่ที่มีป่าล้อมในแหล่งที่อยู่อาศัยของประชาชน ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ
-
1. เพื่อจัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน1.00
1.มีเครื่องพ่นหมอกควัน จำนวน 1 เครื่อง
-
2. เพื่อควบคุมป้องกันการระบาดโรคไข้เลือดออก80.00
2.สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ ร้อยละ 80
-
3. เพื่อลดอัตราป่วยโรคไข้เลือดออก90.00
3.อัตราป่วยโรคไข้เลือดออกลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง3312
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
- ประชุมชี้แจงคณะทำงานพ่นหมอกควันทำลายยุงลาย เพื่อ กำหนดพื้นที่พ่นหมอกควัน คือพื้นที่หลังคาเรือนและละแวกบ้านที่เคยมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2565-2567) และสถานที่สำคัญในชุมชน เช่น มัสยิด โรงเรียนตาดีกา และสถานที่ราชการ
ประชุมชี้แจงคณะทำงานพ่นหมอกควันทำลายยุงลาย
1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 กันยายน 2568อัตราป่วยโรคไข้เลือดออกลดลง และประชาชนได้รับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่และประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก
0.00 บาท -
จัดหาเครื่องพ่นหมอกควัน
ค่าเครื่องพ่นหมอหควัน จำนวน 1 เครื่อง
= 59,000 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 กันยายน 2568อัตราป่วยโรคไข้เลือดออกลดลง และประชาชนได้รับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่และประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก
59000.00 บาท -
พ่นหมอกควันทำลายยุงลาย
- ปฏิบัติการพ่นหมอกควันทำลายยุงลายตามพื้นที่ที่กำหนด (ตามกิจกรรมที่ 1)
1.ค่าน้ำมันเบนซิน = 1,500 บ.
2.ค่าน้ำมันโซล่า = 3,000 บ.
3.ค่าสารเคมี = 3,000 บ.
4.ค่าจ้างพ่นหมอกควัน จำนวน 2 คนๆละ 6 วันๆละ 300 บาท
= 3,600 บาท
- แจกทรายอะเบทตามหลังคาเรือนที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก
1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 กันยายน 2568อัตราป่วยโรคไข้เลือดออกลดลง และประชาชนได้รับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่และประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก
11100.00 บาท
อัตราป่วยโรคไข้เลือดออกลดลง และประชาชนได้รับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่และประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก
