โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในทุกกลุ่มวัย เขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดุซงญอ ปีงบประมาณ 2568
ฟันและอวัยวะในช่องปากเป็นด่านแรกของระบบย่อยอาหาร และมีความสำคัญสำหรับการติดต่อสื่อสารของผู้คนในสังคม ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคของคนเปลี่ยนไป ในขณะที่ระบบบริการสุขภาพและระบบการพัฒนาคนยังไม่สามารปรับตัวรองรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้การเกิดโรคฟันผุ ในทุกกลุ่มวัย กรมอนามัยจากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่อปากแห่งชาติครั้งที8พ.ศ.2560เปรียบเทียบกับการสำรวจใน7 ครั้งที่ผ่านมา นับตั้งแต่การสำรวจสภาวะช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 1 พ.ศ.2503 พบว่าสภาวะสุขภาพช่องปากของประชากรไทยมีแนวโน้มในภาพรวมดีขึ้น โดยความชุกของโรคฟันผุในกลุ่มเด็กลดลง โดยร้อยละของเด็กอายุ 5ขวบ และ 12 ปีที่มีฟันผุลดลงจากร้อยละ 85.3 และ 52.9 ในปี พ.ศ.2537 เป็นร้อยละ75.6 และ 520 ในปี พ.ศ.2560 เปิดเผยผลการสำรวจสุขภาพช่องปาก ในปี 2560 พบว่า สภาวะช่องปากของประชากรไทยมีแนวโน้มในภาพรวมดีขึ้น โดยความชุกชุกของโรคฟันผุในกลุ่มเด็กลดลงเด็กไทยโดยเฉลี่ยร้อยละ 50 เป็นโรคฟันผุสูงสุดในเขตภาคใต้ร้อยละ 65 โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส ในปี 2556กระทรวงสาธารณสุขได้รายงาน พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เด็กและผู้สูงอายุเผชิญปัญหาโรคฟันสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส พบเด็กฟันผุถึง ร้อยละ 80 ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยพบ 1 ใน 10ไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร และพบว่ากว่าครึ่งยังไม่ได้รับการรักษาเนื่องจากอุปสรรคในการเดินทางและผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทำให้เกิดปัญหาเป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรงสูงถึงร้อยละ91และมีโอกาสสูญเสียฟันทั้งปากเพิ่มขึ้น การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ในปี 2567 พบว่าเด็กอายุ0-5 ปี ฟันผุสูงถึงร้อยละ 62 .๓๕เด็กอายุ6-12 ปี พบว่ามีปัญหาฟันถาวรผุร้อยละ 78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กองทันสาธารณสุขกำหนด คือมีฟันถาวรผุไม่เกินร้อยละ 20 กลุ่มวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่พบปัญหาการสูญเสียฟันชัดเจน ในกลุ่มอายุ 13-59 ปีมีฟันถาวรผุร้อยละ 75 การสูญเสียฟันในผู้สูงอายุมีค่าเฉลี่ยมากกว่า 10 ซี่/คน อาจกล่าวได้ว่าผู้สูงอายุเกือบทุกคนมีปัญหาการ บดเคี้ยวอาหาร การไม่มีฟันทั้งปาก เป็นดัชนีที่บ่งบอกถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอีกด้วย ซึ่งพบถึงร้อยละ 10.5 และจากข้อมูล ปี 2567 อัตราผู้ป่วย 10 อันดับแรก ของประชาชนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดุซงญอ ประชาชนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบองอ พบว่าอัตราการป่วยจากโรคฟันผุเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับ3 ร้อยละ8251.78 อัตราต่อแสน
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความรู้เรื่องการดูแลทันตสุขภาพ สามารถดูแลตนเองและถ่ายทอดความรู้สู่การปฎิบัติได้อย่างถูกต้อง0.00
ร้อยละ 80 ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความรู้เรื่องการดูแลทันตสุขภาพ สามารถดูแลตนเองและถ่ายทอดความรู้สู่การปฎิบัติได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย สามาสรถเข้าถึงบริการและได้รับบริการทันตกรรมบำบัด ตามความจำเป็น ลดปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบ0.00
ร้อยละ 90 ของประชาชนทุกกลุ่มวัย สามาสรถเข้าถึงบริการและได้รับบริการทันตกรรมบำบัด ตามความจำเป็น ลดปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน160
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ140
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด70
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ11
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง65
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมและป้องกันทันตสุขภาพในทุกกลุ่มวัย
1.ค่าอุปกรณ์ฝึกแปรงฟันในหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 70 ชุด ชุดละ 60 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
2.ค่าอุปกรณ์ฝึกแปรงฟันกลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 160 ชุด ชุดละ 60 บาทเป็นเงิน9,600 บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับประชาชนในการประชุมเชิงปฎิบัติการ จำนวน 65 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,625 บาท
4.ค่าวัสดุอุปกรณ์อบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มนักเรียนโรงเรียนในเขตรับผิดชอบ30 ชุดชุดละ 70 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มนักเรียนในการอบรมเชิงปฎิบัติการจำนวน 30 คนๆ ละ 1มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 750 บาท
6.ค่าวัสดุอุปกรณ์ฝึกแปรงฟันในผู้สูงอายุ จำนวน 140 ชุด ชุดละ 65 บาท เป็นเงิน 9,100 บาท
7.ค่าเม็ดฟู่ทำความสะอาดฟันปลอม จำนวน 140 ชุด ชุดละ 120 บาท เป็นเงิน 16,800 บาท
8.ค่าวัสดุอุปกรณ์ดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการและทุพพลภาพจำนวน 11 ชุดชุดละ 116 บาท เป็นเงิน 1,276 บาท 9.ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการขนาด 1 x 2 เมตร จำนวน1 ป้ายเป็นเงิน 700บาท1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ร้อยละ 100 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก
ร้อยละ 40 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ได้รับบริการทันตกรรมตามความจำเป็น
3.ร้อยละ 75 กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ได้รับบริการการตรวจสุขภาพช่องปาก และเคลือบฟลูออไรด์วานิช
- ร้อยละ 75 ผู้ปกครองเด็ก 0-5ปีสามารถแปรงฟันให้เด็กได้อย่างถูกต้อง
5 ร้อยละ 80กลุ่มแกนนำแม่อาสาได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการ
ร้อยละ 80 กลุ่มแกนนำนักเรียนโรงเรียนในเขตรับผิดชอบสามารถการแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี มีความรู้เรื่องทันตสุขภาพ วิธีดูแลฟัน ตรวจฟันตนเองและเพื่อน
ร้อยละ 80 กลุ่มผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การแปรวฟันแท้ที่ถูกวิธีและการดูแลฟันเทียมได้อย่างถูกต้อง
ร้อยละ 90 กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ ได้รับการตรวจและทำความสะอาดช่องปาก
ร้อยละ 90 ของผู้ดูแลกลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ ได้รับเรื่องความรู้และสามารถดูแลทันตสุขภาพได้อย่างถูกต้อง
46151.00 บาท
1.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น ฟันผุและเหงือกอักเสบลดลง
2.กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ฟันผุลดลงและผู้ปกครองสามารถแปรงฟันให้เด็ก ได้อย่างถูกต้อง
3.กลุ่มแกนนำแม่อาสาได้รับความรู้สามารถดูแลทันตสุขภาพของบุตรตนเองและถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อนบ้านได้
4.กลุ่มแกนนำนักเรียนประถมศึกษาโรงเรียนในเขตรับผิดชอบ มีความรู้ดูแลทันตสุขภาพของตนเองและเป็นแกนนำในการดูแดทันตสุขภาพในโรงเรียนได้
5. กลุ่มผู้สูงอายุสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธีและดูแลฟันปลอมได้ถูกต้อง
6..กลุ่มคนพิการ ทุพพลภาพ ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและ ผู้ดูแลมีความรู้ความสามารถในการดูแลได้ อย่างถูกต้อง
