โครงการคัดกรองค้นหาโรคเรื้อรังและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามศาสตร์แพทย์แผนไทย
-
หน่วยงานราชการ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน17.71
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง28.16
ภัยเงียบของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการ และเสียชีวิต ตลอดจนเป็นภาระต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขทั้งของภาครัฐ เอกชน และสถานบริการทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ ต่างแออัดไปด้วยผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สำหรับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามรายหัวประชากรจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายด้านยา บุคลากร การจัดสถานที่และเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ในขณะที่งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคดังกล่าวโดยมีการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค ทั้งแบบสอบถามด้วยวาจา วัดความดันโลหิต การวัดรอบเอว และการเจาะเลือดหาน้ำตาลในเลือดโดยมีเป้าหมายประชากรกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปทุกราย ต้องได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อการโรคเพื่อค้นหาพฤติกรรมเสี่ยงและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้นเพื่อที่จะมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง โดยมีเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ รวมทั้งกลุ่มที่สงสัยจะเป็นโรคต้องส่งไปรับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกทุกราย อันจะส่งผลให้ลดความรุนแรงของโรคในรายที่ป่วยแล้วลดลง จากการดำเนินงานเมื่อปี งบประมาณ ๒๕67 พบว่ากลุ่มเป้าหมาย ๓๕ ปีขึ้นไป จำนวน 2,645 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 2,473 คน คิดเป็น ๙3.49 % และพบว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน 438คน คิดเป็นร้อยละ 17.71นัดเจาะเลือดซ้ำที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำสินธุ์ ทุก 1 เดือน จำนวน 205 คน ทุก 3 เดือน จำนวน 117 คน ทุก 6 เดือน จำนวน98 คน โดยได้ส่งต่อพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและตรวจชันสูตรต่อ จำนวน33 คน แพทย์ระบุว่าป่วยเป็นโรค เบาหวานจำนวน17คน และนัดคัดกรองซ้ำทุก ๑ เดือนที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จำนวน 39คนจำนวนผู้ได้รับการคัดกรองมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 745คน นัดวัดความดันโลหิตซ้ำทุก 1 เดือน จำนวน 533 คน ส่งต่อพบแพทย์ จำนวน219 คนโดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 45 คน นัดซ้ำทุก 1 เดือน98 ราย นัดทุก 3 เดือน จำนวน42 ราย นัดทุก 6 เดือน จำนวน68 ราย และยังมีผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองในพื้นที่ แต่ไปตรวจคัดกรองที่คลินิกและโรงพยาบาลเอกชน 68 ราย จากปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อค้นหาโรคดังกล่าว ให้พบโรคและส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดโรค
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน17.7115.01
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง28.1623.12
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน3846
-
กลุ่มผู้สูงอายุ1345
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง123
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยวาจาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
เจ้าหน้าที่ อสม. สำรวจ และออกคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยวาจาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง (5,192 คน) ค่าใช้จ่ายดังนี้
1.ค่าจ้างสำเนาเอกสาร หนังสือเชิญตรวจ จำนวน 2,540 ใบๆละ 0.50 บาท เป็นเงิน 1,270 บาท
2.ค่าจ้างสำเนาแบบคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 20-34 ปี (หน้า-หลัง) จำนวน 1,250 ใบๆละ 1 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
3.ชุดตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน 100 กล่องๆละ 200 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท
4.ค่าวัสดุไฟฟ้าและวิทยุถ่านไฟฉายขนาด AA แพ็คละ 50 บาท จำนวน 87 แพ็ค เป็นเงิน 4,350 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 26 กรกฎาคม 25681.จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการสำรวจ คัดกรอง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
2.กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรองและมีความเี่ยงและผิดปกติได้รับการส่งต่ออย่างรวดเร็ว
26870 บาท -
อบรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
จัดอบรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 140 คนๆละ 1 วันๆละ 6 ชั่วโมง จำนวน 2 รุ่น ค่าใช้จ่ายดังนี้
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับการอบรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 150 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 7,500 บาท
2.ค่าอาหารกลางวันของผู้รับการอบรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 150 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70 บาท รวมเป็นเงิน 10,500 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 วันๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
4.ค่าจ้างสำเนาเอกสารการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย จำนวน 140 ชุดๆละ 24 หน้าๆละ 50 สตางค์ เป็นเงิน 1,680 บาท
19 มิถุนายน 2568 ถึง 19 มิถุนายน 25681.จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
2.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลสุขภาพป้องกันโรค NCD
23280 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 วันๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ประชาชนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการรักษา 100%
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
ประชาชนได้รับการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายใหม่ลดลงร้อยละ 40
