โครงการรู้เร็ว สู่สุขภาพวิถีใหม่ สร้างเกราะสุขภาพ ห่างไกล NCDs ปี 2568
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นางฆารียะ ยอฆอ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน9.88
เสี่ยงสูง
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง30.76
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย10.00
-
กลุ่มเป้าหมายป่วยเบาหวานได้เข้ากระบวนการ DM remission และหยุดยา254.00
จากสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน ตลอดจนในพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พบว่าแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับมีประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้รับการประเมินสุขภาพหรือได้รับการประเมินล่าช้า ส่งผลให้ไม่สามารถวางแผนดูแลรักษาอย่างทันท่วงที สถานการณ์ด้านสุขภาพยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านการจัดการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การดูแลส่งต่อผู้ป่วย และการประเมินภาวะของโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ในปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถควบคุมและชะลอการเกิดได้ หากมีการจัดการปัจจัยเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านปัจจัยเสี่ยงต่อโรค NCDs ควบคู่กันหลายด้าน และเน้นการป้องกันในระดับปฐมภูมิ เพื่อลดความรุนแรงของโรค รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว ในปีงบประมาณ 2568 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแนได้ดำเนินการคัดกรองสุขภาพประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป (ไม่รวมกลุ่มป่วยเดิม) ดังนี้ • ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานแล้วจำนวน 1,871 ราย • ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงแล้วจำนวน 1,534 ราย จากการประเมินความเสี่ยง พบว่า • ประชาชนจำนวน 472 ราย (ร้อยละ 30.76) อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง • จำนวน 185 ราย (ร้อยละ 9.88) อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว จำนวน 254 ราย มีเพียง ร้อยละ 63.07 ที่ได้รับการตรวจประเมิน HbA1c เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และในจำนวนนี้สามารถควบคุมได้ดีเพียง ร้อยละ 27.39 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินงานเฝ้าระวังและจัดการโรคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน ได้มีการดำเนินกิจกรรมสนับสนุน เช่น การวัดความดันโลหิตที่บ้าน (Home BP Monitoring) จำนวน 130 ราย และการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตนเอง (SMBG) จำนวน 51 ราย ซึ่งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการส่งต่อรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งปัจจุบันเพื่อตอบสนองนโยบายห่างไกล NCDs และมีแนวทางให้กลุ่มป่วยต้องเข้าสู่ NCDs ระยะสงบให้ลดการใช้ยาจนสามารถควบคุมโรคได้ด้วยตนเองและไม่ต้องพึ่งพาการใช้ยา ดังนั้น การที่ประชาชนได้รู้ข้อมูลสุขภาพของตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดความตระหนักในการป้องกัน ควบคุม และดูแลตนเองจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยการดำเนินงานที่ผ่านมามีการบูรณาการร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการส่งเสริมสุขภาพในระดับชุมชน และขับเคลื่อนแนวทางชุมชนเป็นศูนย์กลาง จากการดำเนินโครงการในปี 2567 ที่ผ่านมา “โครงการรู้เร็ว สู่ยุคใหม่ สุขภาพที่ดี ส่งเสริมการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ปี 2567” กิจกรรมทั้งสองได้รับผลตอบรับที่ดีและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาโครงการต่อยอดสู่ปีงบประมาณ 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดภาวะแทรกซ้อน และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนและประเทศในระยะยาว
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน9.885.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง30.7625.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย10.000.00
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบและหยุดยาจากจำนวนป่วย (ราย)254.005.00
กลุ่มเป้าหมายป่วยเบาหวานได้เข้ากระบวนการ DM remission และต้องหยุดยาสำเร็จ (ราย)
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง578
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง657
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์
จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการดําเนินงานและดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจเบาหวาน จัดเตรียมเอกสาร แบบฟอร์มคัดกรอง และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ ร่วมกับคณะทำงาน กําหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แยกรับผิดชอบเป็นรายหมู่บ้านโดยมีบทบาทดูแลสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังและกลุ่มเสี่ยงให้ความรู้ในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ รวมถึงคัดกรองโรคเรื้อรัง
คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านในกลุ่มป่วยและประเมินสภาพทั่วไป รวมถึงให้กำลังใจพร้อมกับทีมสุขภาพตำบล
3 พยาบาลวิชาชีพ มีบทบาทในการให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อน และกลุ่มเสี่ยงร่วมกับทีมสุขภาพตำบล
พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการฟื้นฟู ความด้านวิชาการ และการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงให้มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องยาในกลุ่มผู้ป่วย
นักวิชาการสาธารณสุข มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค เพื่อรายงานให้กับ หน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนรับทราบ พร้อมทั้งวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข
อาสาสมัครสาธารณสุข มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านและตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ให้ความรู้ และชักจูงกลุ่มเป้าหมายร่วมกับทีมสุขภาพ
ติดตามกลุ่มเสี่ยงที่สุขภาพดีของปีที่ผ่านมา สามารถควบคุม ระดับน้ำตาล หรือ ความดันโลหิต อยู่ในระดับที่ดีตามเกณฑ์ สุขภาพดี รพ.สต.บาโงยซิแน (ในกลุ่มเสี่ยง) พร้อม ชุดเยี่ยมอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ชุดละ 200 บาท จำนวน10 ชุด รวมเป็นเงิน 2,000 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568คณะทำงานมีทิศทางและ เข็มมุ่งในการดำเนินงาน ไปในแนวทางเดียวกัน
2000.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ของโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจำนวน 1 วัน ดังนี้
-จัดทำเนื้อหาหลักสูตร เน้น ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะสมโดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส. , ถอดบทเรียนและความรู้ในการตรวจประเมินคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
-ประสานวิทยากร และหากลุ่มเป้าหมายในการอบรมจำนวน 50 คน
-จัดเตรียมวัสดุการอบรม และเตรียมสถานที่
-ให้การฝึกปฏิบัติ/ความรู้ การสาธิตประกอบอาหารเพื่อสุขภาพการออกกำลังกายการอยู่กับโรคอย่างเหมาะสม และการฝึกจิตคลายเครียด
ค่าใช้จ่าย
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท* 50 คน* 2 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท* 50 คน เป็นเงิน 3,500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท* 5 ชม. เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าวัสดุในการอบรม (เช่น กระเป๋า สมุด ดินสอ ปากกา กระดาษ เป็นต้น) เป็นเงิน 3,300 บาท รวม 12,300 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 1 พฤษภาคม 2568-แกนนำคัดกรองประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการและประเมินผลดูแลสุขภาพ และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80 -มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จนลดภาวะแทรกซ้อน
12300.00 บาท -
จัดบริการทีมสุขภาพออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร่วมกับติดตาม SMBP และ SMBG
1.ออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานประจำจุดต่างๆ ในตำบลบลโดยประสานให้เจ้าหน้าที่ออกร่วมด้วย พร้อมแจ้งผลการคัดกรองให้กลุ่มเป้าหมายทราบ 2.ตรวจความดันที่บ้าน ในผู้ป่วย ต้องตรวจทุกวัน เป็นเวลา 7 วัน 2.1 กิจกรรมย่อยจัดซื้อชุดตรวจเบาหวาน - ค่าจัดซื้อชุดแถบตรวจเบาหวาน จำนวน 24 กล่องๆละ 850 บาท เป็นเงิน 20,400 บาท 2.2 กิจกรรมย่อย จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต - เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 2,850 เป็นเงิน 5,700 บาท 2.3 กิจกรรมย่อยเครื่องเจาะน้ำตาล ปลายนิ้วมือ - เครื่องวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้วมือ 2 เครื่องๆ ละ 2,100 เป็นเงิน 4,200 บาท รวม 30,300 บาท
1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568กลุ่มเป้าหมาย 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองอุปกรณ์ที่เพียงพอ และการประเมินที่ถูกต้องก่อน พบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหลังจากประเมินผลการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว ได้รับการดำเนินการ SMBP และ SMBG ต่อเนื่องทุกราย
30300.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มป่วยใช้พื้นฐานชีวิตในการดูแลอาการของโรค ด้วยตนเอง (กลุ่มเสี่ยงลดลง) โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกกลุ่ม
2. ชุมชน โดยแกนนำสุขภาพมีส่วนร่วม เห็นความสำคัญ และสามารถเป็นบุคคลต้นแบบในการดูแลสุขภาพของชุมชน เพื่อการดูแลระยะยาว
3. ภาวะแทรกซ้อนทางเท้าในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ลดลง หรือไม่เกิดเพิ่มขึ้น
4. ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดัน โลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติของโรค
5. เสริมพลัง และการดูแลสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยด้วย โรคเรื้อรัง
6. เพิ่มความครอบคลุมการตรวจ HbA1C เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของโรคเบาหวาน อย่างน้อยให้ได้รับการตรวจปีละ 1 ครั้ง
