ศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs ตำบลตะโละกาโปร์ ปี 2568
-
นางบังอรเนาวบุตร
-
นางยียะห์มะแซ
-
นางนัสรีณีศรีท่าด่าน
-
นางนูรียะห์สามะ
-
นางเจ๊ะฟารีด๊ะพรหมแก้ว
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน5.04
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง14.67
ประเทศไทยเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค NCDs สูงกว่า 62,138 ล้านบาท ในปี 2560และมีคนไทยต้องเสียชีวิตจากโรค NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายแก้ไขปัญหา โดยผลักดันการส่งเสริมสุขภาพและแนวคิดวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีไปสู่การปฏิบัติNCDs สนับสนุนแนวคิดสุขภาพดี สิทธิประโยชน์เพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs เพื่อลดอัตราการป่วยก่อนเข้าสู่ระบบการรักษาเนื่องจากคนในชุมชน มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูง –โรคเบาหวาน เพื่อมาให้ความรู้แก่คนในชุมชน และได้ตั้งศูนย์คนไทยห่างไกล NCD ขึ้น เพื่อให้คนในชุมชนได้รับรู้ถึงภัยเงียบของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ได้เกิดขึ้นจากโรคใด ไม่แพร่เชื้อจากคนสู่คน แต่ก็เกิดจากนิสัยและพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น การบริโภค การไม่ออกกำลังกาย โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นภัยเงียบ เมื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้ว ก็ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง จนเป็นเรื้อรังของโรคอีกด้วย เพื่อการป้องกันไม่ให้โรคเป็นเรื้อรังเพิ่มขึ้น จึงได้ตั้งศูนย์ NCD ขึ้น เพื่อให้ความรู้ในกลุ่มโรค NCDS ประกอบด้วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ เป็นประชากรที่มีคุณภาพของชุมชน อำเภอยะหริ่งมีคนป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable disease : NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคไตเรื้อรัง เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น กินอาหารหวานจัด เค็มจัด ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ นอนดึก มีความเครียดสูง เป็นต้น ทำให้เกิดความสูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึงปีละ 1.6 ล้านล้านบาท จากค่ารักษาพยาบาลทางตรงและความสูญเสียทางอ้อม เพื่อให้คนไทยห่างไกลโรคติดต่อไม่เรื้อรัง(NCDs) โดยมีการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ลดความรุนแรงการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน5.043.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง14.6710.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง65
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมทีมงานเพื่อชี้แจง กำหนดรูปแบบและหาแนวทางการจัดกิจกรรม
ประชุมทีมงานเพื่อชี้แจง กำหนดรูปแบบและหาแนวทางการจัดกิจกรรม
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแก่ทีมงาน จำนวน 30 คน มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 900 บาท
-ค่าสมุดคู่มือประจำตัวศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs จำนวน 65 เล่มๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 3,250 บาท1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ได้รูปแบบจัดกิจกรรมและสมุดคู่มือประจำตัว
4150.00 บาท -
kick off ศูนย์คนไทยห่างไกลNCDs และอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
กิจกรรมคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น และให้ความรู้เรื่องNCDs
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 65 คน มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,950 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 65 คน ๆละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 3,900 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร 1 คน ช.ม.ๆละ 600 บาท จำนวน 5 ชม. เป็นเงิน 3,000 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลแบบวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย 2 เครื่อง เป็นเงิน 8,000 บาท
-โมเดลอาหาร 1 ชุดๆ ละ 6,990 บาท
-ไวนิลประชาสัมพันธ์พร้อมขาตั้ง 2 ชุดๆ 1000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
-ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.5 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 750 บาท1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568-มีการจัดตั้งศูนย์คนไทยห่างไกลNCDs อย่างมีคุณภาพและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
-กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง ได้รับความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อย่างเข้าใจ และใส่ใจตัวเองมากยิ่งขึ้น26590.00 บาท -
ติดตามกลุ่มสี่่ยงและสรุปผลการดำเนินงาน
ทีมงานติดตามกลุ่มสี่ยง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 คน มื้อๆละ 30 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,800 บาท1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568-สรุปผลการดำเนินงาน -กลุ่มเป้าหมายรับรู้สถานะสุขภาพของตนเอง
1800.00 บาท
1.มีศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs ที่มีคุณภาพ 2.กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 3.มีผู้ป่วยรายใหม่ลดลง
