โครงการอาสามัครสาธารณสุข ชวนนับคาร์บห่างไกลโรค NCDs
-
นางสาวมูรณี สาอะ
-
นางสาวนิลเนตร แดงอ่อน
-
นางสาวฟาติน สาแม
-
นางสาวซัลมา มะจะ
-
นางสาวซากียะ ตาเยะ
-
อาหารเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนมีสุขภาพดีหรือเจ็บป่วยได้ นอกจากนี้ ยังใช้อาหารเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันหรือรักษาบำบัดโรค ดังนั้น ทุกคนควรมีความรู้เรื่องอาหารให้มากพอที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและครอบคร0.00
ปัจจุบันผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้น จากการสำรวจภาวะสุขภาพของประเทศครั้งที่ 5 ปี 2557 พบความชุกผู้ป่วยเบาหวาน8.8 % และพบผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มี HbA1C > 7 % ปัญหาที่ทำให้ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ มักอยู่ที่พฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมาก และมีความจำเป็นมากที่ผู้ป่วยจะต้องเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้หรือผู้ที่ฉีดอินซูลิน ได้มีการนำเสนอรูปแบบของสัดส่วนอาหารคาร์โบไฮเดรตหลายวิธี เพื่อสื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานเข้าใจและสามารถนับปริมาณอาหารคาร์โบไฮเดรตที่รับประทาน มีทั้งเป็นรูปภาพ โมเดล และการแสดงของจริง ซึ่งก็สามารถทำให้ผู้ป่วยและผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานมีความเข้าใจการนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น
อาหารเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนมีสุขภาพดีหรือเจ็บป่วยได้ นอกจากนี้ ยังใช้อาหารเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันหรือรักษาบำบัดโรค ดังนั้น ทุกคนควรมีความรู้เรื่องอาหารให้มากพอที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากสามารถให้คำแนะนำหรือชี้นำให้คนรอบข้างปฏิบัติได้ด้วย จะเป็นวิทยาทานที่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง เพราะทำให้ประเทศไทยมีประชากรที่สุขภาพดี มีคนเจ็บป่วยน้อยลง สารอาหารที่เรียกว่า “คาร์โบไฮเดรต” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า “คาร์บ” คือกลุ่ม“ข้าวแป้ง” เป็นสารตั้งต้นพื้นฐานของน้ำตาล “กลูโคส” ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่าย เป็นสารอาหารที่ในแต่ละวันคนส่วนใหญ่บริโภคในปริมาณมากกว่าสารอาหารอื่น ๆ และมีโอกาสสูงที่จะบริโภคมากเกินจนส่งผลกระทบต่อระดับนน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและผู้ที่เสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน
การเข้าใจ “คาร์บ” มากขึ้น รู้ว่ามีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง มีหน่วยนับและวิธีนับอย่างไร เลือกบริโภคอย่างไรให้ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้การควบคุมเบาหวานดีขึ้นจากสมดุลของอาหารกับยา สำหรับผู้ที่เสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวานสามารถป้องกันหรือยับยั้งไม่ให้เป็นโรคได้ อีกทั้งใช้ประโยชน์ในการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับคนทั่วไปด้วย
แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุข จึงมีแผนการจัดการสุขภาพในพื้นที่เพื่อประชาชนในชุมชน ได้ห่างไกลโรค NCDs นั้น จึงจัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ เข้าใจ และนำมาปฏิบัติตนเองในชีวิตประจำวันได้
-
1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูง มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ 2. เพื่อสร้างแกนนำในการจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูงในชุมชน 3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม/ประเมินภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง0.00
ผลงานการดำเนินงาน อสม.ชวนนับคาร์บ ร้อยละ 80
ประชาชนกลุ่มโรค กลุ่มเสี่ยง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตาเองได้
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ จัดขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการ รับทราบแนวทางการดำเนินงาน วัตถุประสงค์ และเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรม 1.1 ชี้แจงกลุ่มเป้าหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายในแต
กิจกรรมที่ 1 ประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ
จัดขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการ รับทราบแนวทางการดำเนินงาน วัตถุประสงค์ และเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรม
1.1 ชี้แจงกลุ่มเป้าหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายในแต่ละเขตรับผิดชอบ
เพื่อเข้าร่วมโครงการ
1.2 จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย
1.2 คืนข้อมูลให้แก่ผู้นำชุมชนและภาคีเครือข่าย
กิจกรรม 2 กิจกรรมโมบายตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
2.1 อสม.ชวนนับคาร์บในชุมชน ประเมินสุขภาพเบื้องต้น
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ
3.1 กิจกรรมรู้จักฉันรูจักเธอ
3.2 อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับปัญหาโรค NCDs พร้อมวิธีการแก้ปัญหาป้องกันโรค
3.3 ขยับกายสบายชีวิ
3.3 ถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการ
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรค
แกนนำประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงมีการขยายผลแก่สมาชิกกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
3 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม/ประเมินภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
27700.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรค
- แกนนำประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงมีการขยายผลแก่สมาชิกกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
3 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม/ประเมินภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
