โครงการประชุมให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน
-
เพื่อประชุมให้ความรู้และทักษะด้านการดูแลรักษาให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านให้พ้นจากภาวการณ์เจ็บปวดโดยใช้การดูแลแบบผสมผสาน การแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนปัจจุบัน0.00
1เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และมีทักษะด้านการดูแลรักษาให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 2.เพื่อพัฒนากลุ่มผู้ดูแลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ให้มีความรู้ทักษะในการพูด การถ่ายทอด การถาม การฟัง โดยใช้หลักการให้คำปรึกษา (counselling )0.00
2.พัฒนากลุ่มผู้ดูแลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ให้มีความรู้ทักษะในการพูด การถ่ายทอด การถาม การฟัง โดยใช้หลักการให้คำปรึกษา
(counselling ) ร้อยละ80
-
ข้อที่ 3. เพื่อพัฒนากลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ให้มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต และจิตวิญญาณ0.00
3.กลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ให้มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต และจิตวิญญาณร้อยละ80
-
ข้อที่4. เพื่อผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แบบองค์รวม ใกล้ชิดจากการมีส่วนร่วมชุมชน0.00
4.ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องแบบองค์รวม ใกล้ชิดจากการมีส่วนร่วมชุมชน ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม ที่1 1.จัดประชุมให้ความรู้เรื่องโครงการประชุมให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านทีมผู้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
มื้อละ25บาท x 60คน x 2 มื้อ
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25683000.00 บาท -
บริบาลท้องถิ่น care giver และ อสม. เป้าหมาย 60 คน (บริบาลท้องถิ่น care giver 2 คน อสม. 55 คน วิทยากร 3 คน ) กิจกรรมที่2 2.ลงตรวจเยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน
ค่าอาหารกลางวัน
มื้อละ60 บาท x 60 คน x 1 มื้อ
เป็นเงิน 3,600 บาท
ใช้งบของรพ.สทิงพระ ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์
รวมเป็นเงิน 6,600 บาท
(เงินกพันหกร้อยบาทถ้วน)
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25683600.00 บาท
1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และมีทักษะด้านการดูแลรักษาให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ร้อยละ 80 2.พัฒนากลุ่มผู้ดูแลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ให้มีความรู้ทักษะในการพูด การถ่ายทอด การถาม การฟัง โดยใช้หลักการให้คำปรึกษา(counselling )ร้อยละ80
