โครงการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงนับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสีย ทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้พิการและอยู่ในภาวะติดเตียง ทำให้เป็นโรคไตวาย ซึ่งเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัวสำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ กรรมพันธุ์และพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิต ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายเรื่องชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผล โดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ สามารถควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดทุก 2 เดือน จำนวน 3 ครั้ง
1) จัดอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
2) ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดทุก 2 เดือน จำนวน 3 ครั้ง
โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
1) ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือดจำนวน 200 แถบ x 24 บาท x 3 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 14,400 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568แถบตรวจน้ำตาลในเลือดจำนวน 200 แถบ
14400.00 บาท
1) กลุ่มเป้าหมายมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
2) กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน
