การส่งเสริมการใช้ยาถูกเวลา ความดันและเบาหวานจะหายไป
-
นายอับโดรอนิงลาเต๊ะ
-
นางสาวรอกีเยาะ มะ
-
นายอิบรอฮิมยูโซ๊ะ
-
นางสาวยาวาตีมะรง
-
นางสาวราวเดาะจอแม
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน0.00
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและต้องใช้ยาเพื่อควบคุมอาการของโรคไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม พบว่าปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษาคือ ความร่วมมือในการใช้ยา (Medication Adherence) ของผู้ป่วยจากข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาของตนเอง เช่น ไม่ทราบว่ายาแต่ละชนิดมีผลอย่างไร, ลืมรับประทานยา, หยุดยาเองเมื่อรู้สึกว่าอาการดีขึ้น, หรือได้รับข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับการรักษา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วย ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตได้ นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา เช่น โรคไตวาย, โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง, และภาวะแทรกซ้อนทางตา ซึ่งไม่เพียงแต่จะลดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แต่ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของประเทศในระยะยาวดังนั้น การจัดโครงการเพื่อให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และส่งเสริมทักษะการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัยแก่ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมถึงผู้ดูแล จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจัดการการใช้ยาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
1. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการใช้ยาที่ถูกต้องแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ20.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการใช้ยาที่ถูกต้อง
-
2. เพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาของผู้ป่วย เช่น การจัดการผลข้างเคียงเบื้องต้นหรือการลืมรับประทานยา30.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง80
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ค่าวัสดุและครุภัณฑ์ประกอบการดำเนินงานตามโครงการคัดกรองผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันสูงและโรงเบาหวาน
กำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการในโครงการ ได้แก่ คัดกรองสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง ดังนี้
- ภาวะน้ำหนักเกิน - ความดันโลหิตสูง - น้ำตาลในเลือด - อุณหภูมิร่างกาย - ค่าออกซิเจนในเลือด - อัตราการเต้นของหัวใจ - ค่าวัสดุและครุภัณฑ์ประกอบการดำเนินงานตามโครงการ -เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องละ 2,500 บาท จำนวน 3 เครื่องรวมเป็นเงิน 7,500 บาท - เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลเครื่องละ 1,500 บาท จำนวน1 เครื่อง รวมเป็นเงิน1,500 บาท
- กระเป๋าใส่อุปกรณ์ 1 ใบ ใบละ 500 บาทรวม 500 บาท
- สายวัดรอบเอวชิ้นละ 20 บาท จำนวน 5 ชิ้น รวมเป็นเงิน100 บาท1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25689600.00 บาท -
กิจกรรมอบรมทำความเข้าใจการใช้ยา
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน 80 คน ๆ ละ 60 บาท/มื้อ จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน4,8000บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน 80 คน ๆ ละ 35 บาท/มื้อ จำนวน
2มื้อเป็นเงิน5,600บาท- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน3,000บาท
- ค่าป้ายโครงการฯ ขนาด 1.5 x 2 เมตรเป็นเงิน750บาท
- ค่าวัสดุอุกรณ์ในการจัดกิจกรรมโครงการ
- กระเป๋าผ้าใส่เอกสาร 80 ใบๆละ 60 บาทเป็นเงิน 4,800 บาท
- สมุดจดบันทึก 80 เล่มๆละ 10 บาทเป็นเงิน 800 บาท
- ปากกา 80 ด้ามๆละ 5 บาทเป็นเงิน 400 บาท
- ค่าเช่าเต็นท์ 2 หลังละ 1,000 บาท เป็นเงิน 2,000บาท
1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาของตนเองอย่างถูกต้องและปลอดภัย 2. ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาจากการใช้ยาและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในระยะยาวถูกต้อง
22150.00 บาท
1.มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการใช้ยาที่ถูกต้อง 2.ได้ลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาของผู้ป่วย เช่น การลืมรับประทานยา หรือการจัดการผลข้างเคียงเบื้องต้น
