โครงการลดเสี่ยง เลี่ยงไตเสื่อมคนตำบลควนธานี ปี 2568
-
นางสมใจ ชูทิพย์
-
นางสาวศรีรัตน์ โชติกมาศ
-
นางบุญธรรมคุ้นมาก
-
นางนันทนา เครือสุวรรณ
-
นางภรัณยา รัณรัตนนิยม
โรคไตวายเรื้อรัง ในระยะแรกมักไม่พบอาการผิดปกติทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคไตมักตรวจพบเมื่อโรคดำเนินไปมากแล้วหรือเมื่อโรคดำเนินเข้าสู่ระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ( End Stage renal disease: ESRD ) ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาบำบัดทดแทนไตได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมการล้างไตทางช่องท้องหรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไตซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการศึกษาในประเทศไทยพบว่า ความชุกของโรคไตวายเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 ขึ้นไป จากประชากรทั้งประเทศประมาณ 70 ล้านคน มีผู้ป่วยโรคไตทุกระดับมาก 17.5% หรือประมาณ 9.7 ล้านคนสาเหตุของการเกิดโรคไตเรื้อรังเกิดจากโรคเบาหวานร้อยละ 36.3 ความดันโลหิตสูงร้อยละ 23.3 ภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้นร้อยละ 4.79 และมีเพียงผู้ป่วยร้อยละ 1.9 เท่านั้นที่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง จากข้อมูลสถานะสุขภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนธานี ปี 2568 มีผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 66 รายผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 216 รายมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไตระดับ 2 จำนวน 115คน ผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนทางไตระดับ3 จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.13 ของผู้ป่วยทั้งหมดผู้ป่วยความดันที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระดับ 3 ขึ้นไป จำนวน 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.86 ของผู้ป่วยทั้งหมดหากผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนทางไตเพิ่มมากขึ้นย่อมส่งผลต่อภาระค่ารักษาพยาบาล ทั้งส่วนของภาครัฐผู้ป่วยและครอบครัวได้ ในปี 2565 พบว่าต้องใช้งบประมาณมากถึง 1.2 หมื่นล้านบาท หรือนั่นเท่ากับ 10% ของงบประมาณสำหรับการรักษาพยาบาลที่ สปสช. จัดสรรไปทั้งหมด ดังนั้นหากผู้ป่วยได้รับการคัดกรองภาวะไตเสื่อมได้รับการคืนข้อมูลและรับความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อชะลอไตเสื่อม จะช่วยให้ไตเสื่อมช้าลงและลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในทุกภาคส่วน ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนธานีจึงได้จัดทำโครงการลดเสี่ยงเลี่ยงไตเสื่อมขึ้นโดยมีเป้าหมายให้ชุมชนมีความรู้ เข้าใจและเข้าถึงข้อมูลสุขภาพเรื่องภาวะไตเสื่อมมากขึ้น
-
1) เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม และชะลอไตเสื่อมระยะสุดท้าย3.0080.00
1) กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม และชะลอไตเสื่อมระยะสุดท้าย
-
2) เพื่อให้เกิดเครือข่ายภาคประชาชนในการดูแลป้องกันปัญหาโรคไตเสื่อมในผู้ป่วย4.0080.00
2) อัตราการเกิดผู้ป่วยไตเสื่อมระยะ3 ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องโรคไตการปฏิบัติตัวเพื่อชะลอไตเสื่อม
- ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 85 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 2,125 บาท รวมเป็นเงิน 3,925บาท
27 สิงหาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรคไตและการปฎิบัติตัวเพื่อชะลอไตเสื่อม
3925.00 บาท -
2. ติดตามกลุ่มเป้าหมาย วัดความดันโลหิต และวัดความเค็มในอาหารโดยใช้เครื่องตรวจวัดความเค็ม
-ค่าเครื่องวัดความเค็มเครื่องๆละ 400 บาท จำนวน 30 เครื่องเป็นเงิน12,000 บ
-ค่าเครื่องวัดความดัน3 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
รวมเป็นเงิน 17,000 บาท
1 กันยายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตตามเยี่ยมวัดความดันโลหิตและวัดความเค็มในอาหารเดือนละ 1 ครั้ง ร้อยละ 100
19500.00 บาท
1) ผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นและนำไปปฏิบัติตัวดูแลตัวเองป้องกันการไตเสื่อม และชะลอไตเสื่อมระยะสุดท้าย
2) มีเครือข่ายภาคประชาชนในการดูแลป้องกันปัญหาโรคไตเสื่อมในผู้ป่วย
