โครงการส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย กลุ่ม 3 วัยในชุมชน ม1 และ ม.10 ต.ฝาละมี ปี 2569
-
บุญพา พรหมแก้ว
-
นุชนาถ ไหมแก้ว
-
โสพิศ ภักดีบำรุง
-
ละม่อม มณีสุวรรณ
-
สมใจพรหมจินดา
ปัจจุบัน สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก อันเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาประเทศและการดิ้นรนต่อสู้ของประชาชนเพื่อการดำรงชีวิต สถาบันครอบครัวไทยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้น การพัฒนาตามแนวคิดการพัฒนากระแสหลัก ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงร่ำรวย หรือความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นการพัฒนาแบบแยก ส่วนทำให้เกิดกระบวนการดึงคนออกมาจากครอบครัว แยกพ่อแม่ ลูกหลาน ปู่ ย่าตายาย ออกจากกัน ซึ่ง ผลของการพัฒนาแม้จะทำให้ครอบครัวไทยมีภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีความสุขสบายด้านวัตถุมากขึ้น แต่ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไทยมีภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีความสุขสบายด้านวัตถุมากขึ้น แต่ทว่าความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่เคยแนบแน่นและอบอุ่นก็เริ่มเลือนหายไป เปลี่ยนแปลงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่แนบแน่นดังก่อน ความผูกพันกันในเชิงอารมณ์และความรู้สึกมีค่อนข้างน้อย คนในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกันน้อยลง พ่อแม่มีหน้าที่แสวงหาทรัพย์สินเงินทอง และวัตถุเพื่อมาเลี้ยงดู ปรนเปรอความสุขให้ลูก ส่วนลูกซึ่งต้องทำหน้าที่เรียนหนังสือก็ถูกวัฒนธรรมต่างชาติและอบายมุขชักจูง ไปในทางที่เสื่อมเสีย การเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นไปตามยถากรรม เด็ก ๆ เรียนรู้ชีวิตด้วยตนเองจากสังคมนอกบ้านมากกว่าสังคมในบ้าน สภาพการณ์เช่นนี้หลายคนมองว่าสถาบันครอบครัวไทยกำลังตกต่ำอยู่ในสภาพใกล้ล่มสลาย ไม่มีความเป็นครอบครัวเหลืออยู่ ดังนั้นสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันหลัก เป็นแกนกลางของสังคมไทย ที่เป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวมีหลากหลายรูปแบบ หลายลักษณะนอกจากครอบครัวที่สมบูรณ์ทั่งบิดา มารดา และบุตร สมาชิกในครอบครัวต้องรู้จักรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ของตน และการส่งเสริมให้ครอบครัวเป็นกลไกในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของสมาชิกในครอบครัว โดยคนในครอบครัว ถือเป็นการผนึกกำลังเป็นพลังสร้างคนในครอบครัวให้มีความสุขและมีคุณภาพ ทุกคนจึงต้องตระหนักว่าตนเองมีหน้าที่สร้างครอบครัวให้ มั่นคง และมีสุขภาพพลานามัยที่ดีได้ ด้วยการกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว โดยการมอบความรักความเข้าใจ ความเอื้ออาธรให้กันและกัน เนื่องจากครอบครัวที่อบอุ่น จะช่วยเป็นภูมิต้านทานปัญหาต่าง ๆ และยังช่วยเสริมสร้างสังคมให้น่าอยู่และสันติสุขมากขึ้น อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลฝาละมีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาละมี ได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย กลุ่ม 3 วัยในชุมชน ม1 และ ม.10 ต.ฝาละมี ปี 2569 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัวได้เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว ประกอบด้วยบุคคลทั้งสามวัย คือ วัยเด็กและเยาวชน วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ ในการดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อให้มีสุขภาพกายดี ซึ่งจะส่งผลให้มีสุขภาพจิตดีตามไปด้วย ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ชีวิตที่มาก อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย ผู้สูงอายุเป็นเสมือนสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในบ้าน การที่ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จะส่งผลทำให้ภาวะสุภาพจิตใจของคนในครอบครัวดีด้วย การส่งเสริมดูแลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พัฒนาสภาพจิตใจให้เข้มแข็งทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าคนเองมีคุณค่าต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ การนำเอากิจกรรมมาให้ผู้สูงอายุทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สูงอายุจึงเป็นส่งสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเกิดความวิตกกังวล รู้สึกว่าตนเองด้อยค่า อันจะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลฝาละมีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาละมีจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย กลุ่ม 3 วัยในชุมชน ม1 และ ม.10 ต.ฝาละมี ปี 2569 นี้ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มาพบพูดคุยกับ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อคุณภาพที่ดีของผู้สูงอายุ
-
ส่งเสริมสุขภาพจิต สร้างสัมพันธภาพที่ดี ในกลุ่มคน 3 วัย0.00
กลุ่ม 3 วัย มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ภาวะเครียดลดลง
-
ส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชน ที่เหมาะสมกับช่วงวัย0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้้น
-
ลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค0.00
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน1103
-
กลุ่มผู้สูงอายุ500
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการในกลุ่มแกนนำและผู้รับผิดชอบโครงการ
ประชุมแกนนำและผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อชี้เเจงวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ และทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการ แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 25 คน คนละ 30 บาท เป็นเงิน 750 บาท
- ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินตนเอง จำนวน 50 ชุด ชุดละ 5 บาท เป็นเงิน 250 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 ธันวาคม 2568แกนนำและผู้รับผิดชอบโครงการ รู้และเข้าวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ
1000.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์ โครงการส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย กลุ่ม 3 วัยในชุมชน
ประชาสัมพันธ์โครงการ ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว เวทีประชุมต่างๆของหมู่บ้าน และป้ายประชาสัมพันธ์
- ค่าจัดทำป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ และรณรงค์โครงการ ขนาด 1.5 เมตร ยาว 2 เมตร จำนวน 2 ป้ายๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ได้รับรู้โครงการ
1200.00 บาท -
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและครอบครัว
การจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและครอบครัวมีค่าใช้จ่ายดังนี้
-ค่าสมนาคุณตอบแทนวิทยกร ให้ความรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป้นเงิน 1,200 บาท
- ค่าอาหารมื้อกลางวัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 1 มื้อๆละ 70 บาท จำนวน 70 คน เป็นเงิน 4,900 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 30 บาท จำนวน 70 คน เป็นเงิน 4,200 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้เรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและครอบครัว ที่ถูกต้อง
10300.00 บาท -
จัดกิจกรรมออกกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ
จัดกิจกรรมออกกกำลังกายในรูปแบบต่างๆเช่น เต้นแอโรบิก ไลน์เเดนซ์ โนราบิก โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 30 บาท จำนวน 70 คน เป็นเงิน 2,100 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569กลุ่มเป้าหมายมีกิจกรรมทางกายเพิ่มมากขึ้น
2100.00 บาท -
จัดกิจกรรมนำผู้เข้าร่วมโครงการ ทำกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา
ส่งเสริมกิจกรรมการอบรมรมให้ความรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตแก่ผู้สูงอายุร่วมพิธีวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชาวันเข้าพรรษา และวันวิสาขบูชา ทำกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น การแห่เทียนพรรษา แห่ผ้าห่มพระธาตุ เป็นต้น มีค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มจำนวน 100 คน ๆละ 30บาทต่อมื้อ จำนวน 1 มื้อเป็นเงิน 3,000บาท
ค่าอาหารมื้อกลางวัน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ70 บาท จำนวน 100 คน เป็นเงิน เป็นเงิน 7,000 บาท
ค่าเช่าเหมาพาหนะดินทางไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ คัน ๆ ละ 8,000 บาท จำนวน 2 คัน เป็นเงิน 16,000 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมรม มีความรู้ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตแก่ผู้สูงอายุร่วมพิธีวันสำคัญทางศาสนา
26000.00 บาท -
ทำแบบประเมินตนเองหลังเข้าร่วมโครงการส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาพกาย กลุ่ม 3 วัยในชุมชน ม1 และ ม.10 ต.ฝาละมี ปี 2569
ทำแบบประเมินตนเองหลังเข้าร่วมกิจกรรม
31 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569กลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินสุขภาพจิตทุกคน
0.00 บาท
- กลุ่ม 3 วัยมีความรู้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน และได้รับการดูแลสุขภาพกายและจิตใจโดยคนในครอบครัว 2.กลุ่ม 3 วัยมีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง 3.กลุ่ม3 วัยมีการเกิดโรคเรื้อรังลดลง
