โครงการรณรงค์เด็กเล็กเดินทางปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยเมื่อนั่งรถจักรยานยนต์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารา
-
นางสาวฐิติพร นุ้ยไฉน
-
นางสาวกรวีร์ องสารา
-
นางสาวปราณี สอเหรบ
-
นางสาวเสาวลักษณ์ หีมโต๊ะเต๊ะ
-
นางจุรีรัตน์ จิสง่า
-
ร้อยละของเด็กเล็ก อายุ 2-4 ปี มีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัยบนท้องถนน80
-
เพื่อสร้างความปลอดภัยในการนั่งรถจักรยานยนต์มารับส่งเด็กปฐมวัย80
ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีความตระหนักในการส่งเสริม เรื่อง การมีระเบียบวินัย การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคมให้แก่เด็กและเยาวชน ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒o ปีและนโยบายรัฐบาลประกอบกับกระทรวงมหาดไทย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานศึกษาในสังกัดทุกระดับ สร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับวินัยจราจรเพื่อความปลอดภัยทางถนน อ้างถึงหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท o๘๑๖.๓/ว ๕o๗๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๔๖๒ เรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เรื่อง วินัยจราจร ของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ (แก้ไขเพิ่มเติม ถึง ฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๕๖๒) หมวด ๒ ส่วนที่ ๓ อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล มาตรา ๖๗ ภายใต้ข้อบังคับแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล (๕) จัดการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาศาสนา วัฒนธรรม และการฝึกอบรมให้แก่ประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทางที่เสนอแนะจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ (๙) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จัดการศึกษา ต้องดำเนินการตามความพร้อมและความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารา ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้การศึกษาเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย และมีการใช้รถจักรยานยนต์เดินทางมารับส่งนักเรียนในทุกๆ วัน ซึ่งจำนวนนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารามีทั้งหมด ๙๑
คน และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของนักเรียน จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบ ร่วมกับผู้ปกครองของผู้เรียน ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้น ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบาราได้มีการสำรวจข้อมูลในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน พบว่าผู้ปกครองที่มาส่งนักเรียนในแต่ละวันรวมถึงตัวนักเรียนเองไม่ได้สวมใส่หมวกนิรภัย ซึ่งมีความเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารา ได้ตระหนักในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนของนักเรียน และผู้ปกครอง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์เด็กเล็กเดินทางปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยเมื่อนั่งรถจักรยานยนต์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบาราขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัยบนท้องถนน โดยการสวมหมวกนิรภัย
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่1
แบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรม
-
เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในเด็ก1
แบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรม
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน91
-
ครู7
-
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการรณรงค์เด็กเล็กเดินทางปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยเมื่อนั่งรถจักรยานยนต์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารา
กิจกรรมในโครงการ
1.กิจกรรมให้ความรู้และกิจกรรมสาธิตการใช้หมวกนิรภัยอย่างถูกวิธี และกิจกรรมมอบหมวกนิรภัยให้นักเรียน
1.1วิทยากรบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ
1.2วิทยากรสาธิตการสวมหมวกนิรภัยที่ถูกวิธีให้กับนักเรียน และมอบหมวกนิรภัย
1.3ลงนามข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบาราในการสวมใส่หมวกนิรภัย
หากผู้ปกครองท่านใดมารับ-ส่งนักเรียนแล้วไม่สวมใส่หมวกนิรภัยจะมีค่าปรับ ครั้งละ10 บาท แล้วนำเงินค่าปรับมอบให้กับกองทุนหมวกกันน็อคเพื่อเป็นทุนในการจัดหาหมวกกันน็อคแล้วนำไปบริจาคให้กับประชาชนที่ขาดแคลนต่อไปงบประมาณรวมมูลค่าการใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นเงิน 66,000บาท โดยแยกเป็นรายการได้ดังนี้
-ค่าจัดหาหมวกนิรภัยที่ผ่านการรับรองจากมอก. สำหรับเด็ก จำนวน 91 ใบ ใบละ 250 บาท 250 x 91 = 22,750 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 1 คน= 1,800 บาท
-ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มจำนวน 182 คน คนละ 80 บาท จำนวน 1 มื้อ 182 x 80 = 14,560 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 182 คน คนละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 35 บาท 182 x 70= 12,740 บาท
-ค่าอุปกรณ์ประกอบการบรรยาย/อบรม จำนวน 91 ชุด ดังนี้
กระเป๋าใส่เอกสารจำนวน 91 ใบ ใบละ 35 บาท 35 x 91 = 3185 บาท
ปากกาลูกลื่นจำนวน 91 ด้าม ด้ามละ 10 บาท 10 x 91 = 910 บาท
สมุดจดบันทึก จำนวน 91 เล่ม เล่มละ 5 บาท 5 x 91 = 455 บาท
-ชุดละ 50 บาท 91 x 50 = 4,550 บาท
-ค่าป้ายตกแต่งสถานที่ โครงการรณรงค์เด็กเล็กเดินทางปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยเมื่อนั่งรถจักรยานยนต์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารา ขนาด 1.2 × 2.4 เมตร จำนวน 1 ผืน 345 บาท
-ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.2 × 2.4 เมตร จำนวน 1 ผืน 345 บาท
-สติกเกอร์ติดหมวกนิรภัยเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 15 × 6.5 เซนติเมตร จำนวน 91 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท = 910 บาท
-ค่าเช่าสถานที่ 1 วัน 8,000 บาท
รวมเป็นเงิน 66,000 บาท
หมายเหตุ เนื่องจากพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปากบารามีพื้นที่จำกัดจึงต้องขอใช้สถานที่ของ The coco grand chalet Pakbara เพื่อใช้ในการจัดโครงการ กำหนดการโครงการ
08.00 น. - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 น. - 10.00 น. ทำแบบฝึกก่อนการอบรม และวิทยากรบรรยายฝึกอบรมให้ความรู้แก่เด็กและผู้ปกครอง
10.30 น. -10.45 น.รับประทานอาหารว่าง
10.45 น. - 12.00 น. สาธิตการใช้หมวกนิรภัยอย่างถูกวิธี
12.00 น. - 13.00 น. พักทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - 13.30 น. การลงนามข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองและศพด.บานปากบาราในการสวมหมวกนิรภย 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์
13.30 น. - 14.30 น. กิจกรรมมอบหมวกนิรภัยให้กับนักเรียน
14.30 น. -15.30 น. การรณรงค์การขับขี่ปลอดภัย
15.30 น. - 16.30 น. ทำแบบประเมินหลังการอบรมและมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียน
5 กันยายน 2568 ถึง 28 พฤศจิกายน 2568- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัยบนท้องถนน
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวคิดทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่ดีในการสวมหมวกนิรภัย
- ผู้เข้าร่วมโครงการ/เด็กเล็กมีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุ
66000 บาท -
กองทุนหมวกกันน็อค
1.หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุการเสียชีวิตและบาดเจ็บสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนการสวมหมวกกันน็อคเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บศีรษะได้แต่ยังมีปัญหาการไม่สวมหมวกกัน
น็อค เนื่องจากขาดจิตสำนึก ขาดโอกาสและบางครอบครัวมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจดังนั้น การจัดตั้งกองทุนหมวกกันน็อคจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน และสร้างวินัยการสวมหมวกกันน็อค
2.วัตถุประสงค์
1.1เพื่อจัดหาหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน มอบให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ขาดแคลน
1.2เพื่อสร้างจิตสำนึกและวินัยในการสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งเมื่อใช้รถจักรยานยนต์
1.3เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
1.4เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน
3.เป้าหมาย
เชิงปริมาณ : แจกจ่ายหมวกกันน็อคจำนวน … ใบ
เชิงคุณภาพ : ผู้รับหมวกกันน็อคร้อยละ 80 สวมใส่จริง และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้หมวกกันน็อค
4.กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียน เยาวชนในชุมชนประชาชนทั่วไปที่ขาดแคลนหมวกกันน็อค
5.กิจกรรมโครงการ
5.1จัดซื้อหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน มอก.
5.2จัดพิธีมอบหมวกกันน็อค พร้อมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน
5.3จัดทำสื่อรณรงค์ เช่น แผ่นพับ ป้ายไวนิล หรือกิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียน/ชุมชน
1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 25691.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐานใช้จริง
2.เด็กและเยาวชนเกิดความตระหนักและสวมใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งเมื่อขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
3.ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
4.สังคมมีความร่วมมือในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน
0 บาท
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยได้
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัยบนท้องถนน
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวคิดทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่ดีในการสวมหมวกนิรภัย
- ผู้เข้าร่วมโครงการ/เด็กเล็กมีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุ
